ยนักลูกคนนี้ ต่อหน้าพ่อแสดงอาการเหมือนจะไปบวชเป็นพระ ตอนนี้เหลือเพียงปล่อยให้น้ำลายไหลออกมา ช่างทำให้ขายหน้าเสียจริง!
แค่กๆ เจินซื่อเฉิงไอเสียงดังสองที
เจินเหิงเหมือนเพิ่งตื่นจากภวังค์ เขาก้มหัวลงต่ำกว่าเดิมอย่างรวดเร็ว แต่ความร้อนบนใบหน้ากลับไม่บรรเทาลง เขาถึงกับไม่รู้ว่าจะวางมือไว้ตรงไหน และไม่กล้ามองหญิงสาวอีก เพียงตั้งหูตรงและฟังนางพูด เสียงพูดของหญิงสาวเบาและนุ่มนวล น้ำเสียงที่สนทนากับพ่อนั้นดูคุ้นเคย ไม่มีความไม่ธรรมชาติเลยแม้แต่น้อย เจินเหิงเงี่ยหูฟังเงียบๆ พลันมีความคิดคลุมเครือเกิดขึ้นภายในใจแท้จริงแล้ว ในบางครั้งท่านพ่อก็มีเวลาที่ให้น่าเชื่อถืออยู่บ้างเช่นกันเมื่อความคิดนี้เกิดขึ้น ติ่งหูของเขาแดงกว่าเดิมพลางด่าทอตนเองในใจว่าไม่ได้เรื่อง
สภาพเขาเช่นนี้ถูกนางเห็นเข้า คงเยาะเย้ยเขาแล้วล่ะสิ
เมื่อคิดได้เช่นนี้ เจินเหิงแอบมองเจียงซื่อหนึ่งที
เจียงซื่อไม่ได้มองมาทางเจินเหิง
แม้ว่าคนนี้พบเห็นตอนที่นางกระโดดลงจากต้นไม้จนเกิดความรู้สึกทำอะไรไม่ถูกอยู่บ้าง แต่มันก็เท่านั้น นางกับเขา อย่างไรเสียก็เป็นเพียงคนแปลกหน้า แล้วตอนนี้นางไม่สนใจความคิดของคนแปลกหน้าสักเท่าไหร่ เมื่อชาติที่แล้ว เพราะนางสนใจความคิดของผู้อื่นมากเกินไป ถึงได้มีชีวิตที่เหน็ดเหนื่อยมาก ความจอมปลอมเช่นนั้นสุดท้ายก็ทำให้นางต้องได้รับบทเรียนแสนแพง
ตรงประตูมีเสียงพูดดังขึ้นอีกครั้ง “ได้ยินว่าใต้เท้าเจินมาหา ข้ามิได้ออ