จู่ๆ ก็ถูกตาแก่ที่พ่วงด้วยตำแหน่งโอรสแห่งสวรรค์สั่งสอนโดยไร้เหตุผล อารมณ์ของเหล่าบรรดาองค์ชายจึงไม่ดีเท่าไหร่ ตอนเดินออกจากพระราชวังต่างก็เดินออกไปด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์
อารมณ์ขององค์ชายห้านั้นแย่กว่าใคร
เขาไม่ได้ทำอะไรแต่กลับถูกจำกัดบริเวณสามเดือน และยังถูกหักเงินเดือนหนึ่งปี ที่สำคัญ ในพระทัยของเสด็จพ่อ ตนยังกลายเป็นผู้ต้องสงสัยที่ทำร้ายพี่น้อง นี่มันเป็นความซวยที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันจริงๆ
ในบรรดาองค์ชายทุกคนอวี้จิ่นคือคนที่นิ่งที่สุด
พอชำเลืองมองแล้วเห็นสีหน้าและอาการสบายใจของเขา องค์ชายห้ารู้สึกโกรธมากจึงก้าวฉับๆเข้าไปใกล้ “หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
อวี้จิ่นมององค์ชายห้าหนึ่งทีพร้อมกับขยับปากขึ้นยิ้มให้ “ให้ความเคารพกับพี่น้องและมิตรสหาย”
องค์ชายห้ากลั้นความโกรธเอาไว้ จะกลืนลงไปก็ไม่เต็มใจ จะระบายออกมาก็ไม่กล้า
เพิ่งออกมาจากพระราชวัง หากว่าเขาทะเลาะกับเจ่เจ็ด เสด็จพ่อคงจะถลกหนังเขาออกเป็นแน่“ฝากไว้ก่อนเถอะ!” ในที่สุด องค์ชายห้าก็ทำได้เพียงทิ้งคำพูดนักเลง สะบัดชายเสื้อแล้วเดินจากไป
อวี้จิ่นยกมือขึ้นกดบาดแผลตรงแขน ตรงบาดแผลถูกพันไว้ด้วยผ้าสีขาว เป็นผ้าของเจียงซื่อ
เมื่อนึกถึงคำพูดเย็นชาของเจียงซื่อ อวี้จิ่นพลันรู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาตรงบาดแผล
“น้องเจ็ด” เสียงนุ่มนวลเสียงหนึ่งดังขึ้น
อวี้จิ่นปฏิบัติกับคนอื่นอย่างเย็นชา “พี่สี่มีเรื่องอะไรหรือ”
องค์ชายสี่อัดอั้นจนเกือบขาดอากาศหายใจตายหลังปรับ