อารมณ์เสร็จก็ยิ้มให้ “ด้านนอกไม่ปลอดภัย ไปพักที่เรือนข้าสักพักเถอะ วันนี้ พอได้ยินว่าเจ้าถูกลอบฆ่า ข้ากับพี่สะใภ้เจ้าเป็นห่วงเจ้ามาก…”
อวี้จิ่นยิ้มแต่ไม่พูด
เขาเพียงจะรอฟังว่าฝั่ายตรงข้ามจะแต่งเรื่องนี้ต่อไปอย่างไร
องค์ชายสี่ไอเบาๆ หนึ่งที แล้วตบที่ไหล่ของอวี้จิ่น“ไปเถอะ”
อวี้จิ่นยกมือขององค์ชายสี่ออก “ไม่ดีกว่าขอรับข้าคุ้นเคยกับการอยู่คนเดียว”
สำหรับเขาแล้ว นอกจากอาซื่อแล้วนอกนั้นคือคนนอก เขาเป็นคนไม่ชอบอยู่กับคนนอก
เมื่อเห็นว่าอวี้จิ่นเดินไปไกลแล้ว องค์ชายแปดที่มีความสัมพันธ์นับว่าพอใช้ได้ขยับเข้ามาใกล้องค์ชายสี่ แล้วเอ่ยด้วยคำพูดที่นำมาซึ่งความแตกแยก “พี่สี่ พี่นับเขาเป็นพี่น้องแท้ๆ แต่เขากลับไม่คิดเช่นนั้นเลยนะขอรับ”สายตาขององค์ชายสี่ยังคงจับจ้องอยู่กับแผ่นหลังตรงที่เดินออกไปไกล เขายิ้ม “น้องเจ็ดเติบโตอยู่ด้านนอกพระราชวังตั้งแต่เด็ก เขาไม่เหมือนกับพวกเราอยู่แล้ว ยังไงข้าก็หวังว่าพี่ๆ น้องๆ ทุกคนจะเข้าใจ”
“พี่สี่ช่างเป็นคนดีเสียจริง” องค์ชายแปดเบ้ปาก
องค์ชายสี่ไม่กล่าวสิ่งใดอีก แต่ภายในใจกลับยิ้มเย็นชา
จะเป็นคนดีหรือไม่ไม่สำคัญ เอาเป็นว่าการพูดสิ่งดีๆ ไม่เอา เจ้าเจ็ดยิ่งไร้เหตุผลมากเท่าไหร่เขาก็ยิ่งดูเป็นคนมีคุณธรรมมากเท่านั้น และสิ่งที่เสด็จพ่อต้องการเห็นมากที่สุดก็คือการให้ความเคารพกับพี่น้องและมิตรสหายมิใช่หรือ
……
อวี้จิ่นกลับมาถึงที่พักในตรอกซอยเชวี่ยจื่ออีกครั้งพอกลับมาถึงก