็ล้มตัวลงที่เตียงและมองขึ้นไปบนมุ้งโดยไม่พูดอะไรสักคำ
หลงต้านแอบชะโงกหัวมาดู พร้อมกับพูดกับเหลิงอิ่งอย่างเป็นห่วงเล็กน้อย “เจ้านายยังมีพิษตกค้างใช่หรือไม่ ข้าดูแล้วรู้สึกแปลกๆ”
“อืม”หลงต้านกลอกตาขาว “ช่วยพูดภาษาคนหน่อยได้หรือไม่”
ให้มาพูดกับเหลิงอิ่งที่เป็นเหมือนกระบอกไม้ไผ่นิ่งเงียบไม่พูดไม่จา มิสู้ไปคุยกับเอ้อร์หนิวยังจะดีเสียกว่า
“ไม่รู้เหมือนกัน แต่น่าแปลกจริง” ไม่ง่ายเลยที่เหลิงอิ่งจะพูดออกมาหลายคำ
“หรือเจ้าเข้าไปปลอบดูหน่อย” หลงต้านคะยั้นคะยอเพื่อน
เหลิงอิ่งส่ายหัว เขาแค่เป็นคนพูดน้อย แต่ไม่ได้โง่เวลานี้ถ้าเข้าไปปลอบก็เหมือนวิ่งเข้าหาความตาย
หลงต้านครุ่นคิดไปมา จึงกวักมือให้กับเอ้อร์หนิวที่ฟุบอยู่ตรงกำแพง “เอ้อร์หนิว ไปดูสิว่าเจ้านายเป็นอะไร ไปทำให้เจ้านายดีใจหน่อย ไว้ข้าจะทำเนื้อวัวตุ๋นให้กิน”
เอ้อร์หนิวมองหลงต้านอย่างเหยียดหยามจากนั้นก็มุดเข้าไปในห้อง
ภายในห้องเงียบสงัด เอ้อร์หนิวมาถึงข้างเตียงถีบขาหลังหนึ่งทีและกระโดดขึ้นไปนั่งลงข้างๆอวี้จิ่นอวี้จิ่นหันมองเอ้อร์หนิวครู่หนึ่งแล้วยิ้มออกมาจากนั้นลูบคลำขนที่หลังของมันพลางกล่าว“ต่อไป…เจ้าจะกระโดดขึ้นเตียงขาสุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้แล้วนะ เข้าใจไหม”
เอ้อร์หนิวเอียงหัวมองเจ้านาย “โฮ่ง!”
“ลงไปเร็ว ขนร่วงเต็มไปหมดแล้ว” อวี้จิ่นพูดด้วยสีหน้านิ่งเรียบ
เอ้อร์หนิวไม่เคยกลัวใบหน้าที่นิ่งเรียบของอวี้จิ่นมันกัดชายเสื้อแล้วดึงลงใต้เตียง
“เอ้อร