คนที่คิดลึกซึ้งมากที่สุดหนึ่งในนั้นคือเสนาบดีกรมอาญา
ตั้งแต่องค์ชายเจ็ดกลับเข้ามาถึงเมืองหลวง เขาพักอาศัยในที่ลับและเรียบง่าย และแทบจะไม่ปรากฏตัวไม่ว่าจะสถานที่ใด จะว่าไม่มีตัวตนในเมืองหลวงเลยก็ว่าได้ หลายๆ คนเฝั้าดูเหตุการณ์ว่าจะเกิดสิ่งใดขึ้นเมื่อองค์ชายท่านนี้อายุสิบแปดปีและยังไม่ถูกฮ่องเต้เรียกพบ แต่ใครก็คิดไม่ถึงว่าองค์ชายเจ็ดจะใช้วิธีที่ถูกจังหวะและเป็นขั้นตอนจนได้เข้าเฝั้า
สำหรับเสนาบดีกรมอาญา เขามองว่านี่เป็นการพาตัวเองไปอยู่ในจุดเสี่ยงตายแล้วพาตัวเองรอดชีวิตออกมาได้ ส่วนองค์ชายเจ็ดได้รับชัยชนะจากการเดิมพัน โอกาสที่ได้พบหน้าครั้งนั้นทำให้เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นอ๋องอย่างราบรื่น ส่วนครั้งนี้ องค์ชายเจ็ดก็ได้เข้าเฝั้าอย่างถูกจังหวะและเป็นขั้นตอน!
ไม่ควรประเมินเยี่ยนอ๋องคนนี้ต่ำเกินไป
จิ่งหมิงฮ่องเต้มองดูบุตรชายที่ก้มศีรษะลงพร้อมกับขมวดคิ้ว “ไปล่วงเกินผู้ใดมาอีกล่ะ”
โอรสแห่งสวรรค์ตรัสเช่นนี้ หากผู้ถูกถามเป็นคนอื่นคงจะกังวลไม่น้อย แต่อวี้จิ่นกลับไม่ใส่ใจใดๆสีหน้าก็แทบจะไม่เปลี่ยน “หลังจากที่ลูกกลับมาถึงเมืองหลวง ลูกมีปฏิสัมพันธ์กับผู้คนน้อยมาก ลูกคิดไม่ออกว่าไปล่วงเกินผู้ใดไว้พ่ะย่ะค่ะ”
“ตอนงานเลี้ยงฉลองครบชันษา เจ้าไม่ได้ล่วงเกินใคร” จิ่งหมิงฮ่องเต้พลั้งปากออกไป
อวี้จิ่นพลันตะลึงงัน เขาถอนหายใจและกล่าว“ลูกได้ล่วงเกินพี่ๆ น้องๆ หลายคนในวันนั้นพ่ะย่ะค่ะ”
จิ่งหมิงฮ่องเต้พลันเ