ิน ก็รู้สึกยินดีเป็นอย่างมาก จึงตอบรับไว้อย่างรวดเร็ว
ในที่สุดเผือกร้อนในมือก็ถูกโยนออกไปเสียที ใครอยากจะรับก็รับไปเถอะ
บรรยากาศภายในห้องทรงพระอักษรมีความตึงเครียดเล็กน้อย จิ่งหมิงฮ่องเต้ชำเลืองมองพานไห่ด้วยสีพระพักตร์ที่เข้มขรึมหนึ่งที “พานไห่ เจ้าไปถามเสนาบดีโต้วว่า เขาจะเก็บจวนเยี่ยนอ๋องไว้อยู่เองตอนปีใหม่รึ”
เสนาบดีกรมอาญาและอีกสองท่านสลับกันมองไปมา เป็นสายตาที่แสดงอย่างลับๆ ว่าเสนาบดีกรมโยธาธิการกำลังจะได้รับความเสียหายโดยไม่รู้ตัว
“เอาล่ะ พวกเจ้ากลับไปก่อนเถิด”
“กระหม่อมทูลลาพ่ะย่ะค่ะ”
เมื่อเห็นอวี้จิ่นเตรียมลากลับพร้อมกับเสนาบดีกรมอาญาและอีกสองท่าน จิ่งหมิงฮ่องเต้พลางเงยพระพักตร์ขึ้นตรัส “อวี้ชี เจ้าอยู่ก่อน”
อวี้จิ่นหยุดฝีเท้าลงภายใต้สายตาของท่านเสนาบดีกรมอาญาและอีกสองท่าน
หลังจากคนนอกออกไปกันหมด ท่าทางของจิ่งหมิงฮ่องเต้ก็ผ่อนคลายลง พลางส่งเสียงฮึ่ม “อวี้ชีเจ้ายังมีมารยาทสักนิดอยู่หรือไม่ ถูกลอบฆ่าแล้วไปฟั้องที่ศาลาว่าการพระนครด้วยเหตุใด” เป็นถึงท่านอ๋อง พระโอรสของพระองค์ แต่ดันวิ่งไปฟั้องทางการเหมือนกับชาวบ้านทั่วไป เขาแทบไม่อยากจะนึกสีหน้าของคนเหล่านั้นหลังจากที่รู้สถานะของลูกคนนี้ออก“เจ้าเป็นใครมาจากที่ใด”
“ข้าเกิดในราชวงศ์ บิดาเป็นโอรสแห่งสวรรค์องค์ปัจจุบัน”
เพียงแค่คิด จิ่งหมิงฮ่องเต้ก็รู้สึกว่าได้เสียหน้าจนหมดสิ้น!
อวี้จิ่นเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเงยหน้าขึ้นมองจิ่งหมิงฮ่