ๆ!
แต่สภาพแย่ๆ ของฝั่ายตรงข้ามก็ทำให้เขารู้สึกคึกคักขึ้นมา องค์ชายห้าโยกพัดผับเบาๆ “ดูเหมือนว่าน้องเจ็ดเป็นพวกชอบชกตีสินะ”
คิ้วแหลมของอวี้จิ่นขมวดขึ้น “เจ้าคือ…”
สีหน้าขององค์ชายห้าพลันตึงแน่น ตามมาด้วยความโมโห “ไอ้โง่ เจ้าไม่รู้ได้อย่างไรว่าข้าเป็นใคร”
นี่คือความอัปยศอดสูอย่างใหญ่หลวง เขาถูกคนเอาไหเหล้าฟาดที่ศีรษะครั้งแรก ไม่เพียงแต่ไม่ได้รับคำปลอบใจจากเสด็จพ่อ และยังถูกลงโทษให้ไปทบทวนตัวเองที่ฝั่ายข้าราชการพลเรือน เรื่องนี้เขาจำมันได้ไม่เคยลืม แล้วเขาก็จะเกลียดคนต้นเรื่องตลอดชีวิต
แต่ว่าตอนนี้คนต้นเรื่องกลับจำเขาไม่ได้? อย่างน้อยพวกเขาก็ถูกขังอยู่ใน ‘ห้องขัง’ เดียวกันถึงสามวัน นี่เขาไม่มีตัวตนมากขนาดเชียวหรือ!
องค์ชายห้ายิ่งคิดยิ่งโมโห แม้แต่พัดผับในมือก็สั่นระริกตาม
อวี้จิ่นเอ่ยพร้อมกับแสดงอาการไร้เดียงสาออกมา“ข้าขออภัย ความจำข้าไม่ค่อยดี”
นอกจากอาซื่อ ใครที่คิดจะเอาเปรียบเขาโดยพูดปากเปล่าขอให้ฝันไปเถอะ
ใบหน้าสีดำเขียวช้ำขององค์ชายห้า อวี้จิ่นมองมันแล้วยิ้มออกมาเบาๆ “อ่อ พี่ใหญ่นั่นเอง”
องค์ชายพลันกระโดด “คนปากพล่อย ข้าแก่ขนาดเลยหรือไง”
ผู้ติดตามที่อยู่ด้านข้างเสี่ยงชีวิตด้วยการดึงแขนเสื้อองค์ชายห้า “ท่านอ๋องขอรับ ระวังคำพูดด้วยขอรับ!”
ถึงแม้ฉินอ๋องไม่ใช่เลือดเนื้อเชื้อไขของฮ่องเต้ แต่ก็ด้วยเหตุนี้ ฮ่องเต้ถึงมีความรู้สึกผิดต่อเขาตลอดเวลา ภายนอกก็ทรงปฏิบัติอย่างอ่อนโยนต่อฉินอ๋องม