หยามีน้องเจียงซื่อเป็นเพื่อน นับว่าเป็นความโชคดีของนาง”
เจียงซื่อรู้สึกผิดอยู่ในใจ หนังตาหย่อนลงหลบสายตาของเซี่ยอินโหลว แล้วตอบเสียงต่ำ “ไม่เลยเจ้าค่ะ พี่เซี่ย งั้นข้ากลัวจวนก่อน ไม่รบกวนพี่แล้วเจ้าค่ะ”
เซี่ยอินโหลวผอมลงมากในเวลาเพียงเจ็ดวัน ชุดไหว้ทุกข์สีขาวที่สวมอยู่บนเรือนร่างแบบหลวมๆกลับทำให้เขาดูสง่ายิ่งกว่าเดิม
บิดามารดาเสียชีวิตพร้อมกัน สำหรับคนที่ทำได้เพียงพึ่งพาตนเอง ไม่ต้องสงสัยเลยว่ามันทุกข์ทรมานเพียงไหน ไม่ว่าจะด้านสภาพจิตใจหรือว่าด้านกำลังกาย
เซี่ยอินโหลวมองเจียงซื่อนิ่งๆ อยากยิ้มสักหน่อยแต่ไม่มีแรงและโอกาสไม่เหมาะสม จึงทำได้เพียงตอบกลับไปด้วยเสียงอ่อนโยน “น้องเจียงซื่อกลับดีๆ ล่ะ”
เจียงซื่อพยักหน้าแล้วจากไปอย่างรีบร้อน
เซี่ยอินโหลวยืนนิ่งได้ครู่หนึ่งจึงหันหลังแล้วกลับจวน
อวี้จิ่นโมโหบีบกาน้ำจนแบนพลางโยนฝาทิ้งแล้วยกขึ้นดื่มอึกๆ
หลงต้านมองดูพร้อมกับแอบส่ายหัว ดูจากสภาพนี้ของเจ้านายแล้ว นี่ไม่เหมือนกับดื่มน้ำแล้ว แต่เป็นการดื่มน้ำส้มสายชู มากกว่า
หยดน้ำไหลจากมุมปากของอวี้จิ่นลงไป ไม่ได้ไหลลงคอ พอน้ำหนึ่งกากระดกจนหมด เขาเดินไปจวนตงผิงปัวทันทีที่โยนกาน้ำออกไป
แล้วก็เป็นเช่นนั้น ยิ่งกลัวสิ่งใดก็ยิ่งได้พบเจอ เมื่อครู่นี้…อาซื่อเขินอายไม่กล้ามองหน้าเซี่ยอินโหลวนั่น!“เจ้านาย…” หลงต้านวิ่งตามไป
อวี้จิ่นหยุดฝีเท้าลง จ้องหลงต้านเขม่น “ข้าถามเจ้าหน่อย สตรีคนหนึ่งเขินอายต่อหน้าบุร