ุษคนหนึ่ง นั่นหมายความว่าอย่างไร”
หลงต้านโพล่งออกไป “หมายความว่าหญิงผู้นั้นชอบชายผู้นั้น?”
ใบหน้าของอวี้จิ่นมืดสนิท
หลงต้านกะพริบตาปริบๆ
สงสัยจะตอบถูก!
อวี้จิ่นยกเท้าแล้วเดินไปทันที หลงต้านเอ่ยห้าม“นายขอรับ นายจะไปไหนขอรับ”
“ไปถามนางให้เข้าใจ”
หลงต้านตบหน้าผาก “นายขอรับ ที่นี่ไม่ใช่หนานเจียงนะขอรับ ตอนนี้มีคนมารอดูเรื่องคึกคักตั้งมากมาย หากนายวิ่งเข้าไปถามคำถามนี้ในจวนผู้อื่น เกรงว่าจะไม่เหมาะเท่าไหร่นะขอรับ”
อวี้จิ่นหลับตาลง ถ้าเช่นนั้นค่อยถามตอนดึกก็แล้วกัน อย่างไรเสียอาซื่อก็กลับมาแล้วอะไรนะ บุกเรือนสตรีกลางดึกหาใช่สิ่งที่บุรุษควรทำไม่
เหอะๆ ก็เขาเป็นผู้มักมากบ้าตัณหานี่ แต่เขาก็ทำตัวเหลวไหลกับอาซื่อเพียงคนเดียวเท่านั้น
อวี้จิ่นเป็นคนที่เมื่อมั่นใจในตัวผู้ใดจะไม่เปลี่ยนใจเด็ดขาด และเมื่อเขาตัดสินใจแล้วจึงทิ้งหลงต้านไว้แล้วเดินกลับเลย
กลับเรือนไปสะสมพลังและความเข้มแข็งเสียก่อนดีกว่า
ถนนคึกคักไปทั้งเส้นเพราะงานศพของจวนหย่งชังปัว ผู้คนเดินขวักไขว่ไปมาเต็มถนน และไม่นานอวี้จิ่นกับหลงต้านก็ถูกแยกออกจากกัน
หลงต้านตะโกนเรียกอยู่ด้านหลัง “นายขอรับ รอบ่าวด้วยสิขอรับ…”
ในสมองของอวี้จิ่นมีแต่ภาพของสาวน้อยที่หลบสายตาอย่างเขินอายวนเวียนอยู่ในหัว เขาจะสนใจเสียงเรียกขององครักษ์ได้อย่างไรอีก มีแต่ฝีเท้าที่ยิ่งเดินยิ่งเร็วขึ้น
มีชายคนหนึ่งเดินผ่านด้านข้างของอวี้จิ่นไป
ชายหนุ่มมีรูปลักษณ์ธรรมดามา