็ดขาด
แม้ว่าหลงต้านเป็นคนสนุกสนาน เวลาอยู่ต่อหน้าอวี้จิ่นบางครั้งก็ไม่รู้จักกาลเทศะ แต่ในเวลาสำคัญ กับคำสั่งของเจ้านายแล้วเขากลับไม่กล้ารีรอแล้ววิ่งตามไปทันที
เขาไม่รู้ว่าเวลานี้อวี้จิ่นถูกพิษ
ผู้คนเริ่มสัมผัสได้ถึงความผิดปกติจากการผลักคนด้านหน้าออกอย่างต่อเนื่องของอวี้จิ่น ด้วยนิสัยชอบความคึกคักจึงพากันตามไปดู
อวี้จิ่นฉวยโอกาสเดินไปยังด้านข้างแล้วมองดูแผลที่แขนหนึ่งที
ตอนนั้นเขามีปฏิกิริยาที่ว่องไวมาก บาดแผลที่ได้มาจึงไม่ลึกเท่าไหร่ เพียงแต่ว่าหยดเลือดที่ซึมออกมาตอนนี้ได้กลายเป็นสีดำไปแล้ว
อวี้จิ่นยื่นมือไปจับเหอเปาที่มัดไว้ตรงเอว
ในเหอเปามียาแก้พิษที่ได้มาเมื่อครั้นอยู่ทางใต้มันเป็นยาที่สามารถแก้ได้ทุกพิษ
เพียงแต่ว่า เวลาที่เขาจับเหอเปาที่เย็บถักอย่างประณีต เขาพลันหยุดการกระทำนั้นลง เขาเปลี่ยนความคิดในทันทีทันใดโดยเดินไปยังทิศทางหนึ่ง
หากว่าหลงต้านยังอยู่ ก็จะพบว่าทิศทางที่อวี้จิ่นกำลังไปนั้นไม่ใช่ตรอกซอยเชวี่ยจื่อ แต่เป็นทิศทางตรงข้าม
เมื่อเดินผ่านตรอกซอยแล้วหลายตรอกซอย อวี้จิ่นเอนตัวพิงกับประตูบานหนึ่ง จากนั้นก็ออกแรงเคาะประตู“นั่นใคร” อีกด้านของประตูเอ่ยถามด้วยเสียงระวังตัว จากเสียงที่ได้ยินก็ฟังออกได้ว่าเป็นเสียงชายหนุ่ม
“ข้าเอง” อวี้จิ่นตอบกลับไปง่ายๆ
อีกด้านของประตูนิ่งสงัด
“เจ้าเป็นใคร” หลังจากผ่านไปครู่หนึ่ง เสียงจากอีกด้านของประตูดังขึ้นอีกครั้ง
เวลานี้ ด้านนอกประตูมีเสี