เจียงซื่อสบตากับความผิดปกติเล็กน้อยของเซี่ยอินโหลว แต่สีหน้าของนางแทบไม่เปลี่ยนแปลงนางไม่มีทางเปิดโปงเอ้อร์หนิวแน่ จึงทำได้เพียงแสร้งทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ต่อไป อย่างไรเสีย แม้นเซี่ยชิงเหยานั้นเป็นคนหลอกง่าย แต่เซี่ยอินโหลไม่ใช่
เขาขมวดคิ้วเบาๆ สายตายังคงจับจ้องอยู่ที่เจียงซื่อไม่ขยับไปไหน
เจียงซื่อหลบสายตาเพราะรู้สึกถึงความกดดันเล็กน้อย
“พี่ใหญ่ พี่ถามอาซื่อเช่นนี้ทำไม เรือนของข้าไม่มีปีศาจอยู่แล้ว” เซี่ยชิงเหยาพูดถึงตรงนี้พลางยกมุมปากขึ้นเหมือนยิ้ม “ไม่ว่าจะเป็นเรือนของใครก็ไม่มีเช่นกัน”
ในความมืด ดวงตาสีน้ำตาลอ่อนของเซี่ยอินโหลวลุ่มลึกยิ่งกว่าเดิม ซึ่งยิ่งทำให้เดาความคิดของเขาไม่ถูกยิ่งกว่าเดิม น้องสาวพูดถูก บนโลกนี้จะมีปีศาจได้อย่างไรกัน การที่เขาเอ่ยถามเจียงซื่อเช่นนี้ ก็ใช่ว่าอยากรู้เรื่องปีศาจอะไร ในเมื่อเจียงซื่อไม่ยอมรับ แล้วเหตุใดถึงต้องทำให้คนที่ยื่นมือช่วยเหลือเขาสองพี่น้องต้องลำบากใจอีกเล่า แววตาของเซี่ยอินโหลวผ่อนคลายลงพร้อมกับพยักหน้าให้เจียงซื่อเบาๆ “คืนนี้ข้าขอบใจน้องเจียงซื่อมาก”
เจียงซื่อเห็นว่าเซี่ยอินโหลวไม่รบเร้าอีก จึงยิ้มกลับ “พี่เซี่ยเกรงใจไปแล้ว ข้ามิได้ทำสิ่งใดเลยเจ้าค่ะ”
“ดึกมากแล้ว พวกเจ้ากลับไปพักเถอะ ข้าจะไปโถงทำพิธีแล้วแล้ว”
เซี่ยชิงเหยาอดเป็นห่วงไม่ได้เมื่อเห็นใต้ตาที่คล้ำกว่าเดิมของพี่ชาย “พี่ใหญ่ พี่ก็ดูแลสุขภาพด้วยหากพี่ล้มปั่วยลง ข้าตัวคนเดียวจะอยู่