รับ” เซี่ยอินโหลวประสานสองมืออีกครั้ง“นี่ก็ดึกมากแล้ว ผู้อาวุโสทุกท่านกลับไปพักผ่อนก่อนเถิด เดี๋ยวอินโหลวยังต้องไปเฝั้าศพท่านพ่อกับท่านแม่อีก”
หนุ่มน้อยอายุสิบเจ็ดสวมใส่ชุดไหว้ทุกข์สีขาวราวกับต้นไปั่หยางสีขาวที่ตั้งตรงอยู่ภายใต้แสงจันทรา ดูหนักแน่นและพึ่งพาได้
คนตระกูลเซี่ยพากันพยักหน้าเงียบๆ มีเด็กคนนี้อยู่ด้วย ดูๆ แล้วจวนปัวไม่มีทางล้มแล้วจะลุกไม่ได้ จากนี้ไป คงต้องปฏิบัติกับเจ้าเด็กนี่ให้ดีหน่อยแล้ว นี่เขาเป็นว่าที่นายท่านเชียวนะ
โถๆ ก็นายท่านอายุน้อยเช่นนี้ไงเล่า พวกเจ้าแปดถึงได้คิดไม่ซื่อ อยากได้หลานสาวที่เป็นญาติฝังแม่ของเจ้าแปดมาเป็นลูกสะใภ้
เมื่อเกลี้ยกล่อมคนตระกูลเซี่ยให้กลับจนเสร็จเซี่ยอินโหลวประสานสองมือให้กับท่านลุงจาง“ท่านลุงกลับไปพักผ่อนเถอะ นี่ก็ดึกแล้วขอรับ”
ลุงจางนึกถึงอาการของภรรยาตนเมื่อตอนกลางวัน ก็รู้สึกแทบไม่มีหน้าจะแสดงความเป็นลุงอีก เขาจึงกล่าวด้วยน้ำเสียงทำตัวไม่ถูก “งั้นลุงกลับก่อน เจ้าอยู่เฝั้าก็อย่าอยู่ดึกมาก รักษาสุขภาพด้วยล่ะ”
เซี่ยอินโหลวฉายแววตาแสดงความขอบคุณ
จนกระทั่งเดินถึงหน้าประตูเรือน ปั้าสะใภ้ยังบ่นงึมงำเสียงต่ำ “ชิงเหยากำลังเสียใจอยู่ นี่เป็นโอกาสฟืนฟูความสัมพันธ์ที่เหมาะสมมาก เหตุใดถึงขอลากลับง่ายๆ เช่นนี้เล่า”
ลุงจางหัวเราะขึ้นอย่างเย็นชา “หากไม่มีคำพูดเลอะเทอะที่เจ้าพูดเมื่อตอนกลางวัน นี่เป็นโอกาสที่ดีมากจริงๆ แต่ตอนนี้ช่างมันเถอะ เจ้ามอ