เรือนเจิ่นสยาสว่างไปด้วยโคมไฟ มีคนยืนกันเป็นกลุ่มเงามืด
ท่านลุงตระกูลจางกล่าวตำหนิอาแปดกับอาสะใภ้แปดด้วยสีหน้านิ่งเรียบประหนึ่งน้ำนิ่ง “ดึกปั่านนี้พวกเจ้าเข้ามาในเรือนของหลานสาวข้าด้วยจุดประสงค์ใด”
อาแปดกับอาสะใภ้แปดที่เป็นคนพูดเก่ง เวลานี้กลับพูดไม่ออกสักคำ ได้แต่หน้าแดงเหงื่อไหลพราก
ปั้าสะใภ้ส่งเสียงฮึ่มหนึ่งที “โถ นายท่านแปด ปาไท่ไท่ ช่างทำตัวสมกับเป็นครอบครัวเดียวกันกับอินโหลวและชิงเหยาเสียเหลือเกิน แต่งตัวเช่นนี้เข้ามาที่เรือนของชิงเหยาดึกๆ ดื่นๆ ครอบครัวเช่นนี้ข้านั้นเพิ่งเคยพบเจอ”
อาสะใภ้แปดชักแม่น้ำทั้งห้าเพื่อหาข้ออ้าง “ข้าข้าฝันร้าย ข้าฝันว่าชิงเหยาประสบปัญหาร้องไห้รุนแรง…จิ้วไท่ไท่ ท่านหารู้ไม่ ฝันนั้นช่างสมจริงเสียเหลือเกิน พอข้าตื่นขึ้นมาคิดทบทวนจนรู้สึกไม่วางใจ ข้าเลยชวนท่านพี่มาดูด้วยสักหน่อยท่านพี่ เรื่องเป็นเช่นนี้ใช่หรือไม่”
อาแปดพยักหน้าหงึกๆ “ใช่…”
เซี่ยชิงเหยาหัวเราะแทรกขึ้นมาอย่างเย็นชาพลางหยิบหน้ากากที่ทำจากกระดาษขึ้นมาแล้วสะบัด “อาแปดกับอาสะใภ้แปดเป็นห่วงข้า อาสะใภ้แปดเลยสวมสิ่งนี่มาเยี่ยมข้าอย่างนั้นรึ นี่ท่านเห็นว่าข้าดวงแข็ง เป็นคนตกใจตายยากหรืออย่างไร”
อาแปดปิดปากเงียบสนิทและปาดน้ำเหงื่อไม่หยุด
อาสะใภ้แปดยังคงแก้ตัวสุดชีวิต “เจ้าหารู้ไม่ชิงเหยา หากมีลมพัดใส่อาสะใภ้ในตอนดึก ใบหน้าก็จะมีตุ่มขึ้นมา…”
เชี่ยชิงเหยารู้สึกโกรธจนหน้าแดงจึงได้โยนหน้ากากใส่หน้าของ