ได้ยินเรื่องเช่นนี้มาบ้างแล้ว
เจียงซื่อยังมีความรู้สึกผิดและไม่กล้ารับคำขอบคุณนี้ นางจึงกล่าวอย่างตรงไปตรงมา “เจ้าไม่ถือโทษที่ข้าพูดมากไปในวันนั้น ข้าก็รู้สึกละอายใจมากแล้ว ชิงเหยา เจ้าวางใจให้สบายได้อุปสรรคจะยากกว่านี้มันก็จะผ่านไปได้”
เซี่ยชิงเหยาพยักหน้าหงึกๆ อย่างช้าๆ
อาแปดกับกับอาสะใภ้แปดกลับมาพักอยู่ที่ห้องรับแขกชั่วคราว บรรยากาศนั้นอึมครึมยิ่งกว่าลมฝนด้านนอก
หลังจากที่บ่าวรับใช้ที่กางร่มส่งเขาสองคนเดินจากไป อาแปดเดินอ้อมมาด้านหน้าของอาสะใภ้แปด พลันดึงชายเสื้อแล้วตบหน้าทันทีหนึ่งที“หญิงโง่ วันนี้เจ้าบ้าไปแล้วหรืออย่างไร”
อาสะใภ้แปดโอดร้องขึ้นอย่างเจ็บปวด พลันยกมือขึ้นจะข่วนที่หน้าอาแปด “ท่านน่ะสิที่บ้า! คนที่ให้ข้าออกหน้าก็เป็นท่าน จนข้าเกือบโดนฟั้าผ่าแล้วยังมีหน้ามาสั่งสอนข้าอีก!”
ยามสตรีโมโห แรงโกรธนั้นไม่ได้น้อยหน้าไปกว่าบุรุษเลยแม้แต่น้อย ท่านอาแปดหลบซ้ายหลบขวา แต่ก็ถูกอาสะใภ้ข่วนจนเป็นรอยแผลยาวหนึ่งแผล
อาการเจ็บแสบกำลังเกิดขึ้น อาแปดจับที่หน้าพลันยกขาขึ้นเตะอาสะใภ้แปดและด่าลั่น “กล้าข่วนหน้าข้า เจ้าไม่กลัวคนอื่นจะเห็นเราสองคนเป็นตัวตลกหรืออย่างไร”
อาสะใภ้แปดรู้สึกน้อยใจอย่างที่สุด “ก็ท่านทั้งเตะทั้งตีข้า! ข้าไม่ได้บ้า หรือว่าท่านไม่เห็น พอข้าสาบานที่ห้องโถงฟั้าก็มืดทันที จากนั้นฟั้าก็ผ่าลงที่ข้างๆ ข้า ถ้าไม่ใช่เพราะข้าโชคดี สายฟั้านั่นคงโดนข้าไปแล้ว!”
“พูดไร้สาระอะไรของเ