เช่นนั้นถือโอกาสที่ยังไม่ถึงเจ็ดวันแต่งพี่สะใภ้เข้าจวนให้เจ้าหนึ่งคน จากนี้พี่ชายเจ้าก็จะได้มีภรรยา ไม่ดีหรือไง”
จุดนี้ทั้งอาสะใภ้แปดและปั้าสะใภ้เห็นพ้องตรงกันนางชำเลืองมองเจียงซื่อที่ตามเซี่ยชิงเหยาอยู่ข้างๆ พลางพูดชี้เป็นนัย “มีอาสะใภ้ช่วยพี่ชายเจ้าเลือก แน่นอนว่าจะต้องได้สตรีที่เรียบร้อยอ่อนโยน มีคุณธรรมเข้ามาแน่นอน นี่ดีกว่าการที่พี่ชายของเจ้าถูกหญิงสาวที่ไม่รู้หัวนอนปลายเท้ามาเกลี้ยกล่อมไปเสียอีก”
เซี่ยชิงเหยาสีหน้านิ่งสุขุมลง มองไปที่ปั้าสะใภ้“นี่เป็นประสงค์ของท่านปั้าสะใภ้หรือเจ้าคะ”
ปั้าสะใภ้กระตุกยิ้มมุมปากขึ้น “เรื่องนี้ ลุงของเจ้าได้ปรึกษาหารือกับท่านยายของเจ้าก่อนจะมาข้าไม่กล้าตัดสินใจเองหรอก ชิงเหยาเจ้าเป็นลูกสาวคนเดียว อย่าได้กังวลไปเลย”ไม่เจอกันตั้งหลายปี ไม่นึกเลยว่าเด็กคนนี้จะกลายเป็นคนปากดีเช่นนี้ โชคดีที่ประสงค์ของนายท่านคือให้ยกลูกสาวแต่งเข้าจวนหย่งชังปัวไม่ใช่ให้ลูกชายของนางมาสู่ขอเด็กคนนี้ มิเช่นนั้นหัวเด็ดตีนขาดอย่างไรนางก็ไม่ยอมแน่!
“ใช่ เรื่องนี้อาอาสะใภ้จัดการให้ เด็กน้อยอย่างเจ้าไม่ต้องกังวลไปหรอก” อาสะใภ้แปดเหลือมองปั้าสะใภ้
ทั้งสองสบตาเป็นอันรู้กัน บรรยากาศดุเดือดมาก
พวกเขามีจุดมุ่งหมายเดียวกันครึ่งหนึ่ง ส่วนอีกครึ่งหนึ่งจะสำเร็จได้คงต้องวัดกันจากฝีมือแล้วเซี่ยชิงเหยามองเห็นอยู่กับตา ทว่าเศร้าอยู่ในใจ
เป็นอย่างที่อาซื่อพูดไว้ไม่มีผิด ปั้าสะใภ้กับอาสะใภ