าขององค์ชายเจ็ดด้านหนึ่งแสร้งทำเป็นใจกว้าง ทว่าอีกด้านหนึ่งกลับคอยหยั่งเชิง หยิบยกเรื่องอนุออกมาพูดกับเขา
ตอนนั้นอวี้ชีทำหน้าบึ้ง บอกว่าปรนนิบัตินางอยู่ผู้เดียวก็แทบจะไม่ไหวอยู่แล้ว จะเอาเวลาที่ไหนไปปรนนิบัติหญิงอื่น บอกนางให้หยุดพูดและยกเลิกความคิดโง่ๆ นั่นเสีย อย่าทำให้เขาโมโหอีก
นางฟังด้วยจิตใจที่สงบนิ่ง แต่ถึงอย่างไรก็ไม่เชื่อ
ขนาดสู่ขอนางแต่งงานเขายังหลอกนางเลย แล้วเรื่องอื่นนางจะเชื่อได้อย่างไรบางทีก็คิดว่าการที่พวกเขาไม่ได้เดินด้วยกันไปจนสุดทางนั้นมันไม่แปลกเลย ระหว่างพวกเขาทั้งสองมีเรื่องปิดบังซึ่งกันและกันมากมาย ตั้งแต่แต่งงานกันครั้งนั้น มีภาระอันหนักหนามากมายที่ต้องแบกรับ หากนางไม่ได้ตายอย่างอนาถ แต่จุดจบมันก็คงไม่สวยงามนักหรอก
เซี่ยชิงเหยาเอนกายนอนลงช้าๆ พลางเอ่ยขึ้นเสียงเบา “อาซื่อ ถ้าหากในวันข้างหน้าข้าหาคนเช่นนั้นไม่เจอ ข้าก็จะไม่แต่งงาน ข้ากลัว…”
เซี่ยชิงเหยาคงจะเหนื่อยมากจริงๆ ไม่ว่าจะทางจิตใจหรือร่างกายก็ตาม เมื่อนางระบายความกลัดกลุ้มในใจออกมา เสียงลมหายใจก็ดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอเจียงซื่อจ้องไปที่มุ้งอยู่สักพักถึงได้หลับตาลง
วันรุ่งขึ้นเจียงซื่อตื่นขึ้นมาก่อน พอเห็นเซี่ยชิงเหยานอนหลับสนิท จึงส่ายหน้าเบาๆ ให้กับสาวรับใช้ที่มารอล้างหน้าล้างตา “ให้คุณหนูนอนต่ออีกสักพัก มิเช่นนั้นช่วงกลางวันจะเพลียได้”
ในฐานะเซี่ยชิงเหยาเป็นสตรีผู้เดียวของจวนหย่งชังปัว ช่วงกลางวันต้องม