มีเสียงกุกกักดังขึ้นมาจากด้านหลัง เจียงซื่อรีบปิดหน้าต่างโดยเร็ว
จมูกเอ้อร์หนิวทิ่มเข้ามาในมุ้งลวด ทำเอามุ้งลวดที่บางราวกับปีกจั๊กจั่นเป็นรู เผยให้เห็นจมูกสีดำที่เปียกชุ่ม
เจียงซื่อหันขวับ เห็นเซี่ยชิงเหยาแค่พลิกตัวถึงได้โล่งอก จากนั้นก็หันหลังกลับมา
จมูกสีดำขยับไปมา ไม่นึกเลยว่าจะหยุดค้างอยู่ที่รู
มุ้งลวดสะท้อนเงาของตัวสุนัขลางๆเจียงซื่อเม้มปากอย่างอดไม่ได้ แล้วเปิดหน้าต่างใหม่อีกรอบ
สุนัขตัวใหญ่มองเจียงซื่อด้วยใบหน้าไม่รู้สึกผิดแต่เหมือนรู้ว่าต้องห้ามทำให้คนอื่นตกใจตื่น มันจึงเชื่อฟังไม่ส่งเสียงร้อง
“อีกเดี๋ยวจะหาอะไรให้เจ้ากิน จากนั้นก็รีบกลับไปเสีย เข้าใจไหม” พอคิดว่าเอ้อร์หนิวคงหิวเจียงซื่อจึงรู้สึกสงสาร แต่ก็กลัวคนมาเห็น เลยเอ่ยกำชับขึ้นเบาๆ
“อาซื่อ เจ้าพูดกับใครอยู่หรือ”
เจียงซื่อหันกลับมาโดยพลัน เห็นเซี่ยชิงเหยาลุกขึ้นมานั่งแล้ว ตาทั้งสองข้างบวมเปั่งอย่างกับลูกเหอเถา[1]และกำลังงัวเงีย
เอ้อร์หนิวรีบหลบลงไปใต้หน้าต่างอย่างไว
เจียงซื่อเดินกลับไป “ข้าเห็นว่าอากาศดี ก็เลยพูดพึมพำกับตัวเองน่ะ”
เซี่ยชิงเหยาไม่ได้สงสัย เรียกสาวรับใช้เข้ามาล้างหน้าล้างตาด้วยความงัวเงีย แล้วก็นั่งลงทานอาหารเช้าอย่างเฉื่อยชาที่โต๊ะ
อาหารเช้าที่ถูกวางอยู่ตรงหน้านางมีเพียงแค่ข้าวต้มอ่อนๆ ชามหนึ่ง
ตามกฎเมื่อพ่อกับแม่เพิ่งเสีย ภายในสามวันจะสามารถดื่มได้แค่น้ำเปล่า ไม่มีแม้แต่ข้าวต้มชามนี้หรอก ทว่าว่ากฎมัน