ไม่ชีวิต คนต่างหากที่ต้องใช้ชีวิตอยู่ ยิ่งไปกว่านั้นเซี่ยชิงเหยาเป็นหญิงสาวที่บอบบาง ถึงจะเป็นชายหนุ่มที่แข็งแรง แต่หากสามวันไม่กินข้าวดื่มแต่น้ำ ตอนกลางวันร้องไห้ด้วยความโศกเศร้า ตกดึกต้องเฝั้าศพ เกรงว่าหลังจากสามวันผ่านไปก็คงมีอาการสาหัสพอสมควรเช่นกัน
ห้ามแตะต้องเนื้อสัตว์ แต่ข้าวต้มที่ไม่ใส่อะไรเลยนั้นไม่มีใครว่าอะไรหรอกนอกจากข้าวต้มอ่อนๆ หนึ่งชามที่วางอยู่ตรงหน้าเจียงซื่อแล้วก็ยังมีซาลาเปาผักอีกสองลูก
ซาลาเปาผักใหญ่กว่าหัวเด็กอีก ซาลาเปาสองลูกบวกกับข้าวต้มหนึ่งชามแค่นี้มันก็เพียงพอแล้วแต่พอนึกถึงเอ้อร์หนิวที่อยู่ใต้หน้าต่าง เจียงซื่อก็กลุ้มใจ
เซี่ยชิงเหยาไม่มีความอยากอาหารเลยแม้แต่นิดเดียว กินข้าวต้มไปได้สองคำก็ไม่อยากกินอีก ได้แต่หยิบช้อนคนข้าวต้มไปมา
“อาซื่อ เจ้าไม่ต้องสนใจข้า รีบกินตอนที่ยังร้อนเถอะ หากไม่พอเรียกสาวรับใช้ยกเข้ามาอีกได้เลย”เจียงซื่อเงียบไปครู่หนึ่ง แล้วเอ่ยออกมาอย่างไร้ยางอาย “งั้นยกซาลาเปาเข้ามาอีกสิบอัน”
สาวรับใช้ที่ยืนอยู่ข้างๆ พูดเสียงหลง “สิบอันหรือเจ้าคะ”
เซี่ยชิงเหยามองค้อนสาวรับใช้ “พูดมาก! รีบไปเอามา!”
นึกไม่ถึงเลยว่าอาซื่อจะกินจุขนาดนี้ ที่แท้คนเราเมื่อโตขึ้นย่อมเปลี่ยนไปจริงๆ
ไม่นานซาลาเปาผักหนึ่งจานก็ถูกยกเข้ามาซาลาเปาวางทับกันเป็นชั้น ผิวบางไส้แน่นจัดเรียงอย่างเป็นระเบียบอยู่ในจานเครื่องเคลืบขาว
สาวรับใช้แอบชำเลืองมองเจียงซื่อ ยากที่จะปิดบังความป