เจียงซื่อยังไม่ทันกลับถึงเรือนไห่ถังก็โดนเรียกกลับไปอีก
แม่บ้านจวนหย่งชังปัวทำท่าตื้นตันจนแทบหลั่งน้ำตา “ขอบใจเหล่าฮูหยินมาก ซื่อจื่อของพวกเราเป็นห่วงคุณหนูใหญ่ที่จวนนัก จึงจำเป็นต้องรบกวนคุณหนูสี่ไปช่วยดูเสียหน่อย ท่านวางใจได้เลย พวกเราจะดูแลคุณหนูสี่เป็นอย่างดีเจ้าค่ะ”
เฝิงเหล่าฮูหยินยิ้มร่า “ญาติที่อยู่ไกลก็มิอาจเทียบสหายบ้านใกล้เรือนเคียง[1] สมควรเป็นเช่นนี้”
เมื่อนางพูดจบก็หันไปมองเจียงซื่อ พลางเอ่ยกำชับ “ไปถึงก็ดูแลคุณหนูเซี่ยให้ดีล่ะ อย่าไปสร้างความลำบากให้นาง”
เจียงซื่อขานรับ แล้วเดินตามแม่บ้านของจวนหย่งชังปัวออกไป
เซียวซื่อสีหน้าเหยเก อดพูดออกมาไม่ได้ “หย่งชังปัวซื่อจื่อเด็กมากเสียจริง คิดถึงแต่เพียงแค่มิตรภาพของแม่นางซื่อกับคุณหนูเซี่ย ไม่ได้คิดพิจารณาถึงแง่มุมอื่นเลยรึ”
เฝิงเหล่าฮูหยินชำเลืองมองเซียวซื่อ เอ่ยแฝงเป็นนัย “ยังเด็กแล้วไม่ดีอย่างไร ทุกคนล้วนมีวัยเด็กกันทั้งนั้น อีกอย่างหย่งชังปัวซื่อจื่อแม้นยังเด็กแต่ไม่นานก็ได้เป็นเสาหลักของจวนแล้ว”
เซียวซื่อได้ยินก็มีความคิดผุดขึ้นมาทันที
เหล่าฮูหยินหมายความว่าอย่างไร
หย่งชังปัวซื่อจื่อได้รับตำแหน่งก็จริง ทว่ามันเกี่ยวข้องอะไรกับจวนตงผิงปัวกัน
“ไม่มีผู้อาวุโสคอยประคับประคอง เด็กที่ยังไม่โตกลายเป็นเสาหลักของจวน เกรงว่าจวนหย่งชังปัวคงจะไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว”
เฝิงเหล่าฮูหยินยิ้มออกมา “ความลำบากชั่วคราวไม่มีความหมายอะไรหร