ออกมา “ท่านเป็นถึงนายท่านปัวที่สูงศักดิ์ จะมาจำสาวรับใช้ผู้ต้อยต่ำที่ร่วมหลับนอนด้วยเมื่อสิบกว่าปีก่อนได้อย่างไรกันเล่า!”
“พอสักที!” หย่งชังปัวตะเบ็งเสียงลั่นอย่างสุดจะทน “โต้วเหนียง เจ้ากล้าสาบานต่อหน้าฟั้าดินหรือไม่ว่าข้าเป็นคนพูดคำพูดพวกนี้ออกมาจากปากของข้าเอง”
โต้วเหนียงยกมือขึ้นข้างหนึ่ง “ข้าขอสาบานต่อหน้าฟั้าดิน…”
พูดได้ครึ่งหนึ่ง จู่ๆ ก็ชะงักไป สีหน้าย่ำแย่ขึ้นมาทันที
“ทำไมถึงไม่พูดต่อล่ะ” หย่งชังปัวกัดฟันถาม
คงเป็นเวรกรรมของเขาจริงๆ ทำไมถึงต้องมาเจอกับหญิงสาวสติฟันเฟือนเช่นนี้!
ภายใต้สถานการณ์ที่หย่งชังปัวกำลังคะยั้นคะยอเอาคำตอบ โต้วเหนียงถอนหายใจออกมา เอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความแค้น “ท่านไม่ได้เป็นคนพูดกับข้าเอง แต่ท่านสั่งคนมาบอกข้า”
หย่งชังปัวรู้สึกว่าสตรีที่อยู่ตรงหน้าสติฟันเฟือนยิ่งกว่าเดิมอีก “ผู้ใดกัน นี่เจ้ากุเรื่องขึ้นมาโดยไม่มีหลักฐานแล้วมาใส่ความข้าหรือ ”
“ข้าไม่ได้กุเรื่องนะ!” โต้วเหนียงเอะอะโวยวายเสียงดังราวกับกำลังตื่นตระหนก นางกวาดสายตาออกไปอย่างรวดเร็ว แล้วหยุดลงกะทันหันจากนั้นก็ชี้ออกไปพลางพูดขึ้น “ในปีนั้นท่านให้เขาไปบอกข้า และเรื่องหลังจากนั้นเขาก็เป็นคนจัดการทั้งหมด!”
ฝูงชนหันไปมองตามที่โต้วเหนียงชี้ออกไป ต่างก็อดตกใจไม่ได้ มีคนจำนวนไม่น้อยพูดโพล่งออกมา “พ่อบ้านงั้นหรือ”
คนที่โต้วเหนียงชี้ก็คือ หัวหน้าพ่อบ้านของจวนปัว
พ่อบ้านเป็นคนสนิทข