เส้นหนึ่งรัดคอเขาจนตาย ผู้คนในเมืองต่างก็รู้ว่าหลายวันมานี้พวกเราเศร้าโศกเสียใจมากที่สูญเสียลูกชายไป บวกกับก่อนหน้านี้พ่อของสามีของข้าได้เสียไป ซึ่งไม่ได้มีญาติสนิทที่ไหน ข้าเพียงแค่หาข้ออ้างบอกไปว่าเขาปั่วยตายเพราะคิดถึงลูกชายก็ไม่มีใครสงสัยแล้ว หลังจากจัดการงานศพของสามีเสร็จ ข้าก็ไว้ทุกข์ให้เขาเป็นเวลาสามเดือน จากนั้นข้าก็ขายทรัพย์สินในบ้านออกมาอยู่ที่เมืองหลวง เรื่องราวต่อจานนี้ ท่านก็คงจะรู้อยู่แล้ว”
“แม้จะรู้เรื่องราวที่เจ้าเข้ามาในจวน แต่ข้าก็อยากจะรู้มากว่าเจ้าสามารถเข้ามาในจวนอย่างราบรื่นได้อย่างไร”
โต้วเหนียงหัวเราะออกมา “ข้าตั้งแผงขายของอยู่ที่เจินเปั่าเก๋อ ทางผ่านก่อนไปจวนปัว ตอนที่ข้าเป็นสาวรับใช้ในจวนปัว ข้าอยู่กับปัวฮูหยินพักหนึ่งจึงรู้ว่านางชอบมาเดินซื้อของที่เจินเปั่าเก๋อนางชอบทานของหวาน พอมาคิดดูรสนิยมของคนเราคงไม่เปลี่ยนกันง่ายๆ ตอนที่ข้าอยู่ที่หนานเหอฝีมือการทำขนมหวานของข้าไม่มีใครเทียบได้แล้วอีกฝั่ายจะไม่ตกหลุมพรางได้อย่างไร!”
“เช่นนั้น การที่ปัวฮูหยินพาลูกสาวคนโตมาซื้อขนมหวาน แล้วเจอพวกคนพาลเข้ามาคว่ำแผงขายของของเจ้าคงไม่ใช่เรื่องบังเอิญใช่หรือไม่”
“จริงอยู่ที่พวกคนพาลเข้ามารังแกหญิงสาวไร้ซึ่งที่พึ่งพิงอย่างข้า ปกติข้ามักจะจ่ายเงินให้พวกเขาครบอยู่แล้ว ทว่าว่าวันนั้นรู้สึกว่าโอกาสมาถึงแล้วจึงจงใจยั่วโมโหพวกคนพาล ซึ่งเป็นอย่างที่คิดไว้ปัวฮูหยินเห็นข้าถูกทุบต