เจินซื่อเฉิงและเจียงซื่อเดินวนไปวนมาที่ละคน
ฝูงชนยิ่งเงียบขึ้นมากในทันที
ความเงียบของเฉาอวิ๋นแตกต่างจากคนอื่นเหมือนกับคนหมดอาลัยตายอยาก
เจินซื่อเฉิงมีสีหน้าที่ดูไร้อารมณ์ เอ่ยถามอย่างใจเย็น “เฉาอวิ๋น เมื่อเช้านี้ที่เจ้าเผากระดาษเงินกระดาษทองได้พบสิ่งที่ไม่ชอบมาพากลอันใดหรือไม่”
เฉาอวิ๋นก้มหน้านิ่งเงียบหย่งชังปัวโมโหถึงขีดสุด ยกเท้าขึ้นจะเตะเฉาอวิ๋นออกไป
“ท่านปัวอย่าผลีผลาม!” เจินซื่อเฉิงรีบไปยืนขวางอยู่หน้าหย่งชังปัว
หย่งชังปัวเห็นดังนั้นจึงรีบดึงเท้ากลับมาทันทีอย่างไรเสียก็ยังไว้หน้าเจินซื่อเฉิงอยู่บ้าง
เจินซื่อเฉิงลูบเคราตนเองพลางกล่าวต่อไป “ท่านปัว ความจริงยังไม่กระจ่าง ดังนั้นการทำร้ายเฉาอวิ๋นหาใช่เรื่องที่คนฉลาดเขาทำกันไม่!”
หย่งชังปัวโกรธจนลมแทบจับ “ใต้เท้าเจิน ท่านก็ดูสภาพนางสิ! หากไม่ใช่คนสังหารฮูหยิน เหตุใดถึงไม่พูดอะไรสักคำ หรือจะบอกว่าบนโลกใบนี้ยังมีคนที่ก่อเหตุสังหารผู้อื่นได้อย่างไม่ต้องแยแสอะไร นอกเสียจากว่าคนผู้นั้นจะเป็นฆาตรกร!”
“ท่านปัวเข้าใจผิดแล้ว” เจินซื่อเฉิงส่ายหัว จ้องมองไปที่เฉาอวิ๋นอย่างล้ำลึก
สตรีวัยสามสิบกว่าๆ ที่แต่งงานแล้วผมสลวยๆของนางที่ตอนนี้มีสีขี้เถ้าเจือปน ดูซีดเซียวสายตามืดหม่น เหมือนกับตะเกียงน้ำมันที่ไฟกำลังจะมอด ไร้ซึ่งชีวิตชีวา
“เข้าใจผิดตรงไหน”เจินซื่อเฉิงถอนหายใจเบาๆ “ยังมีสถานการณ์อีกหลายรูปแบบ อาจจะมีคนที่ฆ่าคนแล้วยังนิ่งเฉยได้ อย่า