งเช่นเขาต้องการปกปั้องฆาตรกร หรือไม่เขาก็รู้สึกสิ้นหวังจนไม่สนใจอะไรทั้งนั้น…”
ตอนได้ยินว่า ‘ต้องการปกปั้องฆาตรกร’ เฉาอวิ๋นไม่ปฏิกิริยาตอบสนองอะไรทั้งนั้น แต่พอได้ยินคำว่า ‘รู้สึกสิ้นหวัง’ นางก็กะพริบตา แล้วน้ำตาก็ไหลลงมา
อาจจะไปสะกิดโดนความรู้สึกอะไรบางอย่างเฉาอวิ๋นไม่สนใจสายตาของผู้คนแม้แต่น้อย ความอัดอั้นตันใจที่เก็บงำไว้แปรเปลี่ยนไปเป็นเสียงร้องไห้ดังลั่นอย่างรวดเร็ว
เหมือนว่าหย่งชังปัวจะอยากพูดอะไร แต่ก็ถูกเจินซื่อเฉิงส่ายหัวหยุดเขาไว้
ผู้คนมองดูเฉาอวิ๋นร้องไห้อย่างเงียบๆ
และเจียงซื่อก็ใช้โอกาสตอนที่ความสนใจของทุกคนมุ่งเปั้าไปที่เฉาอวิ๋นเดินไปที่ด้านข้างของคนทีละคนๆ ‘ดม’ หาตัวฆาตรกรจากในฝูงชน
หากไม่ใช่เพราะชิวลู่หญิงรับใช้ผู้นั้นกระโดดทะเลสาบฆ่าตัวตายเองและก็ไม่ใช่สาวใช้อุ่นเตียงอย่างเฉาอวิ๋นที่ทุกข์ใจมานานหลายปี แล้วฆาตรกรที่เจ้าเล่ห์ผู้นั้นเป็นใครกันแน่
เป็นเวลานานกว่าที่เสียงร้องไห้ของเฉาอวิ๋นจะเงียบลงไป
เจินซื่อเฉิงอดไม่ได้ที่จะมองดูเจียงซื่อเล็กน้อย
ขณะที่เจียงซื่อซ่อนตัวอยู่ในฝูงชนก็ได้ส่ายหัวมาทางเขาเบาๆ
เจินซื่อเฉิงถอนหายใจ แล้วพูดในใจว่าหากเฉาอวิ๋นร้องไห้นานๆ ก็ดีสิ
เฉาอวิ๋นที่ร้องไห้จนตาแดงไม่รู้เลยจริงๆ ว่าใต้เท้าผู้นี้ที่แลดูยากแท้หยั่งถึงแท้จริงแล้วคิดสิ่งใดอยู่กันแน่ นางจึงปาดน้ำตาอย่างมึนงง“เฉาอวิ๋น ตอนนี้เจ้าบอกได้แล้วแล้วหรือยังว่าเมื่อเช้านี้ตอนที่เจ้าเผากระ