ดาษเงินกระดาษทองเจ้าพบเห็นสิ่งใดที่ผิดปกติหรือไม่” เจินซื่อเฉิงกล่าวถามอย่างอดทนอดกลั้น
ตอนที่ซักถาม ไม่ว่าฝั่ายตรงข้ามจะมีสถานะเช่นไร เขาล้วนพยายามอดทนอย่างสุดกำลัง
ครานี้ ในที่สุดเฉาอวิ๋นก็ส่ายหัวพร้อมกล่าวเสียงค่อย “ไม่มี”
เจินซื่อเฉิงรู้สึกพอใจ
การที่เฉาอวิ๋นยอมให้ความร่วมมือเปิดปากพูดออกมาเป็นประโยชน์ต่อการไขคดีอย่างไม่ต้องสงสัย
ฆาตรกรนำชุดที่เปือนเลือดไปฝังไว้ยังสถานที่ที่เฉาอวิ๋นเผากระดาษเงินกระดาษทอง ดังนั้นเฉาอวิ๋นอาจจะเป็นคนที่เคยใกล้ชิดกับฆาตรกรมากที่สุด
“เฉาอวิ๋น เจ้าลองคิดให้ละเอียดอีกครั้ง อาจจะไม่เห็นอะไร แต่พวกเสียงที่ผิดปกติเล่า” เจินซื่อเฉิงกล่าวเรียกสติ
เฉาอวิ๋นเงยหน้ามองเจินซื่อเฉิงแล้วยิ้ม “ใต้เท้าไม่คิดว่าข้าน้อยเป็นฆาตรกรหรอกหรือ”รอยยิ้มนั้นแฝงไปด้วยการปราชดปราชัน
เจินซื่อเฉิงทำอะไรอย่างมีหลักการ รับมือกับคนได้อย่างชาญฉลาด เมื่อได้ยินดังนั้นจึงเหลือบมองไปที่หย่งชังปัวทันที แต่ว่าท่านปัวผู้นี้ว่าดีแต่เพิ่มปัญหาให้อยู่ในใจ
แน่นอนว่าในเวลานี้ไม่อาจเทน้ำมันลงไปในไฟได้เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เฉาอวิ๋นหดหัวเข้าไปในกระดองอีก
“ข้าเป็นคนนอก ดูเพียงหลักฐานกับจุดที่น่าสงสัยเท่านั้น พวกท่านเป็นคนใน การที่จะควบคุมอารมณ์ไม่ได้ถือว่าเป็นเรื่องธรรมชาติของมนุษย์”เฉาอวิ๋นมึนงงไปชั่วขณะ มองไปที่หย่งชังปัวอย่างช่วยไม่ได้
หย่งชังปัวสงวนท่าที รู้สึกประทับใจในคำพูดของเจินซื่อเฉิง