ประโยคนี้ของเจียงซื่อจบลง ราวกับโยนสายฟั้าอันน่าตกใจใส่ฝูงชน
สายตาที่ผู้คนมองไปยังนางพลันเปลี่ยน
โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากคนที่มารอให้สอบสวนภายในลานบ้านมากขึ้นเรื่อยๆ เจียงซื่อยืนอยู่ด้านหนึ่งอย่างเงียบๆ ไม่สะดุดตาคน ยามนี้พอเอ่ยขึ้นพลันดึงความสนใจจากทุกคนมา
นี่ไม่ใช่แม่นางสี่แห่งจวนตงผิงปัวข้างๆ นี้หรือ แม่นางสี่ผู้นี้นิสัยเย็นชาเฉยเมยยึดมั่นในคุณธรรมวันนี้เกิดอะไรขึ้น เรื่องใหญ่โตเพียงนี้จึงพูดเพ้อเจ้อเหลวไหลออกมาได้
คนไม่น้อยต่างคิดเช่นนี้กันอยู่ในใจ
ในตอนที่เจินซื่อเฉิงได้ยินคำพูดนี้ของเจียงซื่อดวงตาก็เป็นประกาย ถามขึ้นโดยพลันว่า “แม่นางเจียงอธิบายเหตุผลหน่อยได้หรือไม่”
เขาก็คิดว่าเฉาอวิ๋นไม่ใช่ฆาตกรเช่นกัน แต่ความคิดนี้คาดการณ์จากหลักฐานรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ที่พบ เด็กสาวคนนี้จะให้เหตุผลว่าอย่างไรกันนะ
เจินซื่อเฉิงอดใจที่จะให้ผู้คนได้อึ้งกันกว่าเดิมไม่ไหวแล้ว
ใต้เท้าเจินผู้นี้ให้ความสำคัญกับคำพูดของแม่นางเจียงซื่อมากทีเดียว แปลกเสียจริง
เซี่ยอินโหลวมองเจียงซื่ออย่างลุ่มลึก
เขาแทบจะไม่ได้พินิจมองนางอย่างละเอียดเช่นนี้มาหลายปีแล้ว
พวกเขาเรียกได้ว่าเติบโตมาด้วยกันตั้งแต่เด็ก เขาเปลี่ยนไปไม่น้อย และนางก็แตกต่างจากภาพจำสมัยก่อนไปอย่างสิ้นเชิงเซี่ยอินโหลวไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จึงได้สะท้อนใจเช่นนี้
เซี่ยชิงเหยาเอ่ยเร่งอย่างอดไม่ไหวว่า “อาซื่อ เหตุใดเจ้าจึงพูดเช่นนี้ล่ะ เสื้อผ้าเปือนเ