ลือดก็พบแล้วแถมยังซ่อนอยู่ในลานบ้านของอนุอวิ๋นอีก นี่ยังไม่อาจยืนยันว่านางเป็นฆาตกรได้อีกหรือ”
แม้นางจะคิดไม่ออกว่าเฉาอวิ๋นปะปนเข้าไปเรือนหลักแล้วหลบซ่อนในตู้เสื้อผ้าในห้องนอนของท่านแม่ได้อย่างไร แต่อาภรณ์เปือนเลือดเป็นหลักฐานบ่งชี้โดยตรงที่สุด นอกจากเฉาอวิ๋นแล้วนางก็นึกไม่ออกว่าจะมีใครมาทำร้ายท่านแม่ได้อีก
“แม้เสื้อผ้าเปือนเลือดจะฝังไว้ในลานบ้านอนุอวิ๋นแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าอนุอวิ๋นเป็นคนฝังนี่นา”เจียงซื่อเอ่ยขึ้นตามใจนึก
สาวใช้ที่บอกว่าเฉาอวิ๋นเผากระดาษคนนั้นตกใจจนแข้งขาอ่อนคุกเข่าลง “บ่าวไม่ได้ฝังเสื้อผ้าเปือนเลือดนะเจ้าคะ!”
เจียงซื่อนิ่งอึ้ง
นางแค่เอ่ยไปตามใจนึกเท่านั้นเอง แน่นอนว่านี่ไม่ใช่เหตุผลที่นางฟันธงว่าเฉาอวิ๋นไม่ใช่ฆาตกร
เซี่ยชิงเหยากลับสงสัยในปฏิกิริยาของสาวใช้คนนั้น ถลึงตาโตเอ่ยว่า “เจ้าคงไม่ได้กินปูนร้อนท้องหรอกกระมัง”
ขณะนั้นเอง เด็กสาวคนนี้ที่ตั้งอกตั้งใจอยากหาตัวฆาตกรที่สังหารมารดาได้ตระหนกจนระแวงสงสัยเกินกว่าเหตุขึ้นมา
“บ่าวเปล่านะเจ้าคะ บ่าวไม่ได้ทำจริงๆ…” สาวใช้โขกหัวอย่างเอาเป็นเอาตาย
เซี่ยชิงเหยามองปฏิกิริยาของเจียงซื่อตามสัญชาตญาณ
มิตรสหายได้กลายเป็นคนที่น่าพึ่งพาที่สุดของนางไปโดยไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว อย่างน้อยก็น่าเชื่อถือกว่าท่านพ่อ
“แม่นางเจียง พูดเหตุผลเจ้ามาเถิด” เจินซื่อเฉิงทนเห็นสาวใช้มาก่อปัญหาเพิ่มต่อไม่ไหวแล้วจึงเอ่ยปากขึ้น
“ใต้เท้าเจิน ข้าอยากจ