ยามเหม่าเป็นช่วงเวลาที่ฟั้ากำลังจะสว่าง หากเฉาอวิ๋นไม่ได้เผากระดาษแต่หาวิธีปะปนเข้าไปในเรือนหลักเพื่อฆ่าคนก็อาจเป็นไปได้
“พาข้าไปเรือนด้านข้างฝังตะวันตกดูหน่อยสิ”เจินซื่อเฉิงมองเฉาอวิ๋นอย่างลุ่มลึก หยุดการซักถามเอาไว้ชั่วคราว
คนทั้งกลุ่มต่างกรูกันไปยังเรือนด้านข้างฝังตะวันตก
ภายใต้ความต้องการของเจินซื่อเฉิง สาวใช้เดินนำฝูงชนมายังมุมหนึ่งในลานบ้าน ชี้ไปบนพื้น“ตรงนี้แหละเจ้าค่ะ”
เจียงซื่อเบียดเสียดอยู่ด้านหน้าอย่างกลมกลืน จดจ้องมองเขม็ง มีขี้เถ้าสีดำที่หลงเหลือไว้จางๆ บนพื้นดังที่บอกจริงๆ หากผ่านไปวันสองวัน จะต้องไม่เหลือร่องรอยใดไว้แล้วแน่
เจินซื่อเฉิงจ้องมองพื้นคล้ายกำลังคิดอะไรอยู่
พื้นตรงนี้ดูเหมือนจะมีบางอย่างผิดปกติ…
เขาคิดไปพลางเดินไปตรงนั้น ลองยกเท้าแตะพื้นดู
สัมผัสนิ่มร่วนส่งมาเล็กน้อย
เจินซื่อเฉิงสีหน้าพลันเปลี่ยน เอ่ยสั่งคนรับใช้ไปทันทีว่า “ขุดตรงนี้ดูหน่อย”
บ่าวในศาลาว่าการคนหนึ่งเข้าไปขุดทันที
นอกจากดินชั้นบนแล้ว ดินชั้นล่างนิ่มร่วนมากบ่าวของศาลาว่าการขุดห่อผ้าห่อหนึ่งออกมาได้อย่างรวดเร็ว
“มีของอยู่จริงๆ ด้วย!” เสียงตกอกตกใจดังขึ้นกลางฝูงชนเป็นระลอก
ในชั่วขณะนั้นเอง สายตาของผู้คนก็หันไปจ้องห่อผ้าที่ขุดออกมาได้ แต่เจียงซื่อกับเจินซื่อเฉิงกลับมองเฉาอวิ๋นกันโดยไม่ได้นัดหมาย
ปฏิกิริยาแรกของมนุษย์มักจะเป็นความจริงเสมอ
น่าเสียดายที่ทั้งคู่ต้องผิดหวัง อาจเพราะวันคืนผ่านไปนานแ