ล้วเฉาอวิ๋นจึงใจสงบเหมือนเถ้าถ่านที่มอดดับแล้ว ยามนี้บนใบหน้ายังคงไร้ซึ่งอารมณ์ความรู้สึกใด ทั้งไม่ประหม่าและไม่แปลกใจ
เจินซื่อเฉิงถอนหายใจ แลกเปลี่ยนสายตากันกับเด็กสาวอาภรณ์ขาวเสื้อเขียว แทบจะอดใจไม่ไหวยกนิ้วโปั้งให้กับนาง
เมื่อเขาสามารถค้นพบเบาะแสสำคัญได้ สิ่งแรกที่ทำไม่ใช่ดูหลักฐานแต่เป็นสังเกตปฏิกิริยาของผู้ต้องสงสัย นี่คือประสบการณ์ที่สั่งสมมาหลายปีแต่เด็กสาวตรงหน้ายังอายุไม่เท่าบุตรชายของเขาด้วยซ้ำ อีกทั้งเป็นไปไม่ได้ที่จะเคยมีประสบการณ์มาก่อน เช่นนั้นก็เป็ฯเพราะพรสวรรค์และความสามารถในการทำความเข้าใจของนางแล้ว
นี่เป็นต้นกล้าที่ดีต้นหนึ่งเลยทีเดียว
จิตใจที่ชื่นชอบผู้มีความสามารถของเจินซื่อเฉิงได้คันยุบยิบขึ้นมาอีกครั้ง
เจินซื่อเฉิงมีนิสัยเสียอยู่อย่างหนึ่ง พอใจคันยุบยิบก็จะชอบลูบเครา ลูบเคราติดต่อกันอยู่หลายหนลูบจนหลุดมาสองเส้นจึงได้หลุดจากภวังค์ สีหน้าปกปิดความเจ็บปวดเอ่ยว่า “เปิดดูหน่อย”
“ขอรับ” บ่าวของศาลาว่าการรีบเปิดห่อผ้าออก
บ่าวของศาลาว่าการเหล่านี้ล้วนเป็นคนมีประสบการณ์ ตอนเปิดห่อผ้าจึงระมัดระวังเป็นพิเศษ ไม่นานของในห่อผ้าก็ปรากฏต่อหน้าของทุกคนนั่นเป็นอาภรณ์เปือนเลือด
ทันใดนั้นพลันมีเสียงสูดหายใจดังขึ้นในฝูงชนต่อเนื่องกันไปเป็นระลอก
เจินซื่อเฉิงก้าวเข้าไปหา คุกเข่าลงพลิกเปิดผ้าเปือนเลือดผืนนั้น
เนื้อผ้ากับรูปแบบไม่สะดุดตาอย่างมาก ดูจากสีคือเสื้อผ้าที่เหมาะสำหรับสตรีว