ต่อให้อย่างอื่นเหมาะเจาะเพียงใด เขาก็ไม่อาจเอาข้อหาฆาตกรตัวจริงไปใส่ให้คนๆ หนึ่งได้หรอก
หย่งชังปัวครุ่นคิด ทันใดนั้นสีหน้าก็พลันเปลี่ยนไป “มีคนหลบอยู่ในตู้เสื้อผ้า ตั้งแต่ต้นมาเป็นการคาดเดาของใต้เท้าเจินกระมัง บางทีรอยนิ้วมือในตู้เสื้อผ้าอาจจะเป็นของสาวใช้ที่บังเอิญทิ้งเอาไว้ก็ได้ อาจจะไม่ใช้ฆาตกรที่เป็นคนทิ้งไว้”
เจียงซื่อกระแอมออกมาเบาๆ สอดขึ้นว่า “ท่านลุง มีคนหลบอยู่ในตู้เสื้อผ้าเป็นการคาดเดาของหลานเจ้าค่ะ ใต้เท้าเจินก็แค่ยอมรับในการคาดเดานี้ของหลานเท่านั้น หรือท่านจะลืมไปแล้วว่าเพราะการพบรอยนิ้วมือมุมแปลกๆ ในตู้เสื้อผ้าจึงทำให้ท่านหลุดจากผู้ต้องสงสัยมาได้…”
หย่งชังปัวพูดไม่ออก
เซี่ยชิงเหยาตบหน้าผากเงียบๆ
เพื่อยืนยันว่าสาวใช้อุ่นเตียงเป็นฆาตกรจึงล้มเลิกผลสรุปก่อนหน้าไปจนหมด สวมหมวกฆาตกรให้แก่ตนเองไปอย่างสมบูรณ์ ท่านพ่อนี่ช่างเก่งกาจเสียจริง…
การเงียบไม่พูดไม่จาของหย่งชังปัวทำให้เจินซื่อเฉิงอดยิ้มให้เจียงซื่อไม่ได้
เขาบอกแล้วว่าถูกอกถูกใจเด็กคนนี้
และในขณะนั้นเอง เด็กสาวที่น่าถูกอกถูกใจก็ส่งยิ้มคืนให้แก่เจินซื่อเฉิง “ใต้เท้าเจิน ข้าคิดว่าเฉาอวิ๋นไม่ใช่ฆาตกรเจ้าค่ะ”
—————————-[1]ตาข่ายสวรรค์ แม้ห่างแต่ไม่รั่ว สวรรค์มีความยุติธรรม ทำผิดก็ต้องถูกลงโทษ