ดไม่จาสักคำ
“เจ้าพูดมาสิ!” เซี่ยชิงเหยาเอ่ยเสียงสูงขึ้น “แม่ข้าไม่เคยปฏิบัติต่อพวกเจ้าไม่ดีเลยสักครั้ง ยามนี้นางตายอย่างอนาถเพียงนั้น เจ้าไม่อยากพูดอะไรแม้แต่คำเดียวเลยหรือ”
“ข้าเปล่าเจ้าค่ะ” ไม่รู้ว่าเพราะคำพูดเซี่ยชิงเหยาไปสะกิดอารมณ์เฉาอวิ๋นเข้า หรือว่ารู้แก่ใจว่าไม่อาจหลีกเลี่ยงไปได้ท่ามกลางสายตาที่จดจ้องของทุกคนกันแน่ ในที่สุดก็เอ่ยปากขึ้น
สี่คำสั้นๆ เข้าสู่โสตของทุกคน เห็นได้ชัดว่าไร้เรี่ยวแรงอยู่เล็กน้อย
“อนุนอนอยู่คนเดียวตลอดเลยหรือ” เจินซื่อเฉิงไม่ได้รับผลกระทบใดแม้แต่น้อย เขาถามขึ้นมาอีกครั้งสาวใช้นางหนึ่งเอ่ยว่า “สองปีมานี้อนุนอนไม่ค่อยหลับ ไม่ชอบให้พวกเราอยู่เป็นเพื่อนเจ้าค่ะ”
เจินซื่อเฉิงลูบเครา “เช่นนั้นแล้ว เมื่อคืนพวกเจ้าก็ต่างไม่รู้ว่าอนุนอนหลับอยู่ในห้องตลอดหรือไม่น่ะสิ”
สาวใช้ทั้งสองสบตากัน สาวใช้ที่เพิ่งตอบคำถามส่ายหน้า “บ่าวไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่ไม่ได้ยินเสียงใดเลยนะเจ้าคะ”
แต่ไหนแต่ไรมานางนอนหลับลึกตลอด เสียงฟั้าร้องยังไม่ได้ยิน เสียงอื่นก็อย่าได้พูดถึงเลย
สาวใช้อีกคนกลับลังเลขึ้นมา
“ทำไมรึ เจ้าได้ยินการเคลื่อนไหวใดหรือไร” เจินซื่อเฉิงรีบถามขึ้น
“บ่าว…” สาวใช้มองเฉาอวิ๋นแวบหนึ่งอย่างรวดเร็ว
หย่งชังปัวพลันตวาดขึ้นว่า “มีอะไรก็พูดมา มองนางเพื่ออะไร อนุอวิ๋นให้เงินเดือนเจ้าหรือ”
สาวใช้คุกเข่าลงอย่างห้ามไม่ได้ ก้มศีรษะหมอบต่ำอย่างมาก “อนุ…อนุน่าจะเผากระดาษเมื่อคืนเจ้