ดอะไรต่อไม่ได้อีก
“แต่นั้นมาเจ้าก็ไม่ได้พบพี่สาวอีกเลยรึ”
ไฉ่จูพลันเงยหน้าขึ้น มองตรงไปยังเจินซื่อเฉิง“ไม่เจ้าค่ะ ข้าวิ่งตามไป…”
เจินซื่อเฉิงใจกระตุก
จากประสบการณ์ที่ผ่านมา เด็กสาวตรงหน้าอาจจะรู้อะไรบางอย่าง
เขากลับไม่ได้เร่งเร้า สายตาอบอุ่นมองไฉ่จู
ไฉ่จูกัดริมฝีปาก “ข้าไม่เคยเห็นพี่สาวเสียใจเพียงนั้นมาก่อน แต่ไหนแต่ไรมาพี่สาวล้วนเป็นเสาหลักของบ้าน ตอนนั้นให้ข้าลาหยุดยาวกลับไปดูแลแม่ก็เป็นการตัดสินใจของพี่สาว ข้าจำได้อยู่ตลอดว่าพี่สาวบอกกับข้าว่าตราบใดที่มีนางอยู่ปัญหาหนักหนาสาหัสของบ้านต้องผ่านไปได้อย่างแน่นอน แต่เมื่อวานพี่สาวร้องไห้อย่างสิ้นหวังมาก บางทีอาจเพราะตอนนั้นนางเสียใจเกินไป พอข้าไล่ต้อนถามสุดท้ายจึงบอกสาเหตุออกมา”
ไฉ่จูพูดพลางมองไปยังหย่งชังปัวอย่างอดไม่ได้
หย่งชังปัวถอนใจเอ่ยว่า “เจ้าว่ามาเถิด แต่ไหนแต่ไรมาข้ากับฮูหยินล้วนเป็นคนที่แบ่งแยกถูกผิดได้อยู่แล้ว”
“พี่สาวบอกว่าเงินห้าสิบตำลึงนั่นเป็นนางขโมยมาจากหีบแต่งหน้าของฮูหยิน เดิมทีแค่อยากเอามาแก้วิกฤตเร่งด่วนก่อนค่อยทยอยคืนให้ ใครจะไปรู้จู่ๆ ฮูหยินก็อยากจะหาปินหยกดอกกล้วยไม้ไหวที่หลายปีก่อนเคยปัก สุดท้ายจึงรู้เรื่องที่นางขโมยเอาเงินไป ฮูหยินถามถึงสาเหตุที่พี่สาวขโมยเงินไปอย่างชัดเจนกลับไม่ได้ซักถามถึงเงินก้อนนั้น แต่บอกพี่สาวว่าไม่อาจปล่อยนางให้อยู่ข้างกายได้อีกแล้ว ฮูหยินมีเมตตา บอกว่าอย่างไรเสียพี่สาวก็อยู่กับนางม