”
สตรีผู้นั้นมองไปยังหย่งชังปัวและสีหน้าซีดเผือดด้วยสัญชาตญาณ
ซาเชียนเตานำเงินออกไปจากบ้านเพื่อไปเล่นพนันตั้งแต่เช้า ส่วนตัวนางเองก็วุ่นอยู่กับการดูแลลูกทั้งสาม แม้แต่เวลาว่างที่จะเดินออกมาสูดอากาศยังไม่มี หากไม่ใช่เพราะมีคนไปบอกว่าน้องสามีของนางสิ้นใจแล้วนางคงไม่รู้เรื่องอะไรเลย
เหตุใดจู่ๆ ฮูหยินจึงได้สิ้นใจเล่า
ช่างโชคร้ายเสียจริง เดิมทีนางยังคิดว่าชิวลู่รับใช้ฮูหยินอยู่ที่นี่เป็นเวลาไม่ใช่น้อยๆ เมื่อนางจากไปแล้วคงจะสามารถเรียกค่าเสียหายได้บ้าง แต่บัดนี้กลับสูญสิ้นไป…
“พี่สะใภ้ของชิวลู่ เมื่อวานนี้ชิวลู่เดินทางกลับบ้านไปเพื่อสิ่งใด” เจินซื่อเฉิงเอ่ยถาม
สตรีนางนั้นมองไปทางเจินซื่อเฉิง
“นี่คือใต้เท้าเจินแห่งศาลาว่าการพระนคร ใต้เท้าถามอะไรเจ้าก็จงตอบไปเช่นนั้น” หย่งชังปัวกล่าว
“โถ ใต้เท้าเจ้าคะ เหตุใดจึงถามเช่นนี้ ชิวลู่ของเรานั้น…”
เจินซื่อเฉิงเป็นผู้มีประสบการณ์มาก่อน เขารู้ดีว่าไม่ควรจะปฏิบัติอย่างเกรงอกเกรงใจต่อสตรีเช่นนี้จึงได้ทำสีหน้าบึ้งตึงแล้วเอ่ยว่า “ปัวฮูหยินถูกคนฆ่าตาย และเมื่อคืนนี้ชิวลู่เป็นผู้อยู่เวรกลับพบว่าบัดนี้ร่างของนางมาอยู่ในสระน้ำ หากเจ้าไม่สามารถให้ปากคำโดยละเอียดได้ เช่นนั้นชิวลู่ก็อาจจะตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าฆ่าปัวฮูหยินตายแล้วกระโดดน้ำตายตาม เมื่อถึงเวลานั้น…”
สตรีผู้นั้นขาไร้เรี่ยวแรงทันที “ใต้เท้าเจ้าคะ ชิวลู่ชิวลู่ไม่ได้ฆ่าฮูหยินอย่างแน่นอน เมื่อคืนนี้