กไปพร้อมกับหย่งชังปัวและคนอื่นๆ
ในขณะที่สตรีชันสูตรศพทำการตรวจสอบอยู่นั้นเจินซื่อเฉิงก็ไม่ได้นิ่งดูดาย เขาได้ยืมใช้ห้องโถงเป็นศาลสอบสวนคดีชั่วคราว และคนแรกที่เรียกตัวเข้ามาสอบถามก็คือสาวรับใช้คนสนิทของหย่งชังปัวฮูหยิน
บ่าวสาวรับใช้ทั้งสามคนนั่งคุกเข่าอยู่ต่อหน้าเจินซื่อเฉิง แต่ละคนมีสีหน้าซีดเผือดเจินซื่อเฉิงยิ้มขึ้นเล็กน้อยแล้วกล่าวว่า “ลุกขึ้นมาตอบคำถามก่อนเถิด ที่นี่ไม่ใช่ในศาล ข้าเพียงมีคำถามจะเอ่ยถามพวกเจ้าเท่านั้น ไม่ใช่เป็นการไต่สวนเอาความผิดแต่อย่างใด ไม่จำเป็นจะต้องคุกเข่าลงหรอก”
ท่าทางอันอบอุ่นของเจินซื่อเฉิง ทำให้สาวรับใช้ทั้งสามคนมีสีหน้าผ่อนคลายลงบ้าง แล้วพากันลุกขึ้นยืน
เจินซื่อเฉิงมองไปยังสาวรับใช้ทั้งสามคนนี้ ก่อนจะเอ่ยถามขึ้นอย่างช้าๆ ว่า “ตามปกติแล้วสาวรับใช้เช่นพวกเจ้ามักจะมีเป็นคู่ สองคน สี่คนหรือหกคนมิใช่หรือ”สาวรับใช้ทั้งสามคนชะงักลงเล็กน้อย หนึ่งในนั้นเอ่ยขึ้นว่า “ยังมีชิวลู่อีกคนหนึ่งเจ้าค่ะ”
ชุนฟัง ซย่าอวี่ ชิวลู่และตงเสวี่ย นี่คือสาวรับใช้ทั้งสี่คนของหย่งชังปัวฮูหยิน
“แล้วชิวลู่เล่า” เซี่ยชิงเหยาเอ่ยถาม
การที่ต้องสูญเสียมารดาไป อีกทั้งบิดายังถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตกรที่ฆ่ามารดา หญิงสาวที่เคยเต็มไปด้วยจิตใจบริสุทธิ์อ่อนหวานกลับกลายเป็นแข็งทื่อดูต้นไม้
เจียงซื่อตบลงไปที่ไหล่ของนางเบาๆการปลอบโยนของสหายรักทำให้เซี่ยชิงเหยาดูสงบนิ่งขึ้นมาเล็กน้อย
สาวรับใช้ทั้งส