ให้ชันสูตรศพ
เจินซื่อเฉิงมีนิสัยที่ค่อนข้างจริงจังเคร่งขรึม เขาไม่อาจทนกับความคิดอันโง่เขลาของชาวบ้านเช่นนี้ได้ ไม่อาจปล่อยให้ความจริงต้องตายไปพร้อมกับผู้ตายซึ่งถูกทำร้ายเช่นนี้ได้ จึงอบรมผู้ชันสูตรศพที่เป็นสตรีขึ้นมา
สตรีผู้ชันสูตรศพผู้นี้ก็คือบุตรสาวของผู้ชันสูตรศพซึ่งติดตามเขามาเนิ่นนานหลายปี จะว่าไปแล้ว ก็เป็นสตรีที่ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ
“ท่านพ่อ…” เมื่อพบว่าหย่งชังปัวไม่กล่าวสิ่งใดออกมา เซี่ยชิงเหยาก็อดไม่ได้ที่จะตะโกนเรียกเบาๆ แล้วทำท่าทางร้องขอ
ในที่สุดหย่งชังปัวก็ตัดสินใจอย่างแน่วแน่ เขาเดินเข้าไปพร้อมกับเจินซื่อเฉิง
เจินซื่อเฉิงเดินผ่านเจียงซื่อเข้าไปด้านใน แววตาตกไปอยู่บนร่างของนาง
เขารู้สึกประหลาดใจเหลือเกินว่าเหตุใดแม่นางผู้นี้ จึงคิดที่จะไปตรวจดูในตู้เสื้อผ้า แต่บัดนี้เอ่ยถามคงจะไม่สะดวกนัก มองดูแล้วคงต้องหาโอกาสในการสอบถามนางทีหลัง
ศพปัวฮูหยินตั้งอยู่ในลาน
เนื่องจากอากาศในเดือนหกค่อนข้างร้อน โลงศพของหย่งชังปัวฮูหยินจึงได้มีน้ำแข็งวางโดยรอบเมื่อใกล้เข้าไปก็รู้สึกได้ถึงความหนาวเย็น
หญิงสาวผู้ที่มีผ้าสีเขียวพันอยู่บนศีรษะได้รับคำสั่งจากเจินซื่อเฉิง นางจึงเดินขึ้นไปตรวจดูสภาพศพ“ท่านปัว พวกเราไปสนทนากันที่ด้านนั้นเถิด”เจินซื่อเฉิงรู้ดีว่าคงมีผู้สูญเสียไม่กี่คนที่สามารถยอมรับทนดูสภาพภาพการชันสูตรศพในที่นั้นได้จึงได้ทิ้งเจ้าหน้าที่บางส่วนเอาไว้เพื่อเฝั้าโลงศพก่อนจะเดินทางจา