ี้ก่อนท้องฟั้ามืด ยังมีการจัดเก็บตู้เสื้อผ้าอยู่อย่างนั้นหรือ”
สาวรับใช้พยักหน้า
เจินซื่อเฉิงนำมือขึ้นลูบคลำเครายาวของตน ก่อนจะให้คำตอบกับหย่งชังปัวว่า “ในตู้เสื้อผ้า น่าจะเคยมีคนเข้าไปซ่อนอยู่จริง”
“จริงหรือ!” หย่งชังปัวชะงักลง หลังจากนั้นเขาก็โมโหเป็นที่สุด
ห้องนอนของเขาและฮูหยิน กลับมีใครบางคนซ่อนอยู่ในตู้เสื้อผ้า คนคนนั้นจะเป็นอะไรได้อีกนอกจากฆาตกรที่ฆ่าภรรยาของเขา!
หย่งชังปัวกุมมือของเจินซื่อเฉิงเอาไว้แน่น “ใต้เท้าเจิน ท่านจะต้องช่วยข้าตามหาฆาตกรตัวจริงที่ฆ่าภรรยาของข้าให้เจอ!”
“ท่านปัววางใจได้ ข้าจะพยายามสุดความสามารถ ไม่ทราบว่า บัดนี้ร่างของปัวฮูหยินอยู่ที่ใด”
หย่งชังปัวลังเลอยู่ชั่วครู่เจินซื่อเฉิงจึงได้กล่าวออกมาอย่างตรงไปตรงมาว่า “ไม่ว่าจะเป็นหลักฐานหรือพยานใดก็ไม่สำคัญเท่ากับการตรวจสอบสภาพศพอย่างทันเวลา”
หย่งชังปัวยังคงลังเลอยู่ตามเดิม
แม้ว่าเขาจะเห็นด้วยกับการเชิญคนจากศาลาว่าการมา แต่เมื่อถึงเวลานี้เข้าจริงๆ เขาก็ไม่อาจทำใจยอมรับได้หากร่างของภรรยาจะต้องถูกพวกเขาตรวจสอบ
นี่มันเป็นเรื่องที่ยากจะจินตนาการเหลือเกิน
“ท่านปัว ข้าได้พาผู้ชันสูตรศพที่เป็นสตรีมาด้วย”เจินซื่อเฉิงเข้าใจดีว่าหย่งชังปัวรู้สึกลังเลเพราะเหตุผลใด จึงได้เอ่ยปากออกมา
หากเป็นชาวบ้านธรรมดาทั่วไปก็ไม่เท่าไร อย่าว่าแต่จวนปัวเลย ต่อให้เป็นสตรีในจวนที่มั่งคั่งถูกทำร้ายเช่นนี้ ก็มีน้อยคนนักที่จะยินยอม