่นนานเลยทีเดียว หลังจากจัดการคดีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว การที่พวกเขาทั้งหลายจะรู้สึกผ่อนคลายก็เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังควรจะสนับสนุนให้กำลังใจด้วย
การที่ต้องการให้ม้ามีกำลังวังชา แต่กลับไม่ให้มันกินหญ้านั้น เป็นวิธีที่เขาไม่แม้แต่จะคิด
หลังจากที่เจินซื่อเฉิงจัดการเรื่องที่ได้รับแรงกดดันเหล่านี้เรียบร้อยแล้ว เขาก็ยืดเอวบิดขี้เกียจเดินตรงออกไปด้านนอก
ก่อนจะสูดหายใจรับอากาศบริสุทธิ์เข้าไป จึงทำให้สมองปลอดโปร่งก่อนจะลงมือจัดการเรื่องอื่นๆ ต่อไป
ขณะที่เจินซื่อเฉิงกำลังเดินผ่อนคลายสบายใจอยู่นั้น หางตาก็เหลือบไปพบกับบุตรชายคนโตนามว่าเจินเหิงเข้า
ชายหนุ่มอายุประมาณสิบเจ็ดสิบแปดปีเห็นจะได้เขาสวมชุดสีครามยาว มองไปช่างสะอาดสะอ้านสดชื่นดุจดั่งหยกใสเมื่อเห็นบิดาของตน ชายหนุ่มก็รีบลดศีรษะต่ำลงทำท่าทางเหมือนต้องการจะหลบซ่อน
“เจินเหิง!” เจินซื่อเฉิงตะโกนออกมาด้วยความดุเดือด
ตอนที่อยู่ด้านนอกนั้นเขามักแสดงกิริยาท่าทางอันสูงส่งยากเกินคาดเดา แต่เมื่ออยู่ในบ้านของตน ต่อหน้าบุตรชายเช่นนี้ก็ไม่จำเป็นจะต้องเสแสร้งต่อไป
เจ้าหมอนี่กล้าหลบเขาเชียวรึ!
จากขนบธรรมเนียมเดิม คนในศาลาว่าการพระนครจะต้องเข้าอาศัยในบ้านพักจวนขุนนางครอบครัวของเจินซื่อเฉิงก็ไม่มีการละเว้นเช่นกัน
ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาแล้วเดินตรงเข้าไปด้วยท่าทางยอมรับชะตากรรม
“เจ้าเตรียมตัวจะไปที่ใดอีก”
“มีสหายชวนลูกไปว่ายน้ำขอรับ”
“อาก