ับบิดาอย่างแน่นอน อีกทั้งผู้คนภายนอกจะพากันวิพากษ์วิจารณ์ไปอีกนานเท่าใดก็ยากจะคาดเดา
ในเมื่อล้วนจะต้องอับอายขายหน้า คงไม่มีสิ่งใดสำคัญไปกว่าทำให้มารดานอนตายตาหลับ
แม้ว่าเซี่ยชิงเหยาจะค่อนข้างไร้เดียงสา แต่นางก็แยกแยะออก นางพยายามโน้มน้าวใจหย่งชังปัวจนถึงที่สุด
หย่งชังปัวครุ่นคิดอยู่เนิ่นนาน ในที่สุดเขาจึงถอนหายใจแล้วกล่าวว่า “แก้มัดเชือกให้ข้าเถิด”
เซี่ยชิงเหยาอดไม่ได้ที่จะมองไปทางเจียงอันเฉิง
เจียงอันเฉิงมองไปทางเพื่อนบ้านชราผู้นี้ด้วยความระมัดระวังและไม่ได้ขยับเขยื้อนแต่อย่างใด
หย่งชังปัวจึงหัวเราะออกมาอย่างหดหู่ “นายท่านเจียง ตอนนี้ต่อให้ท่านสั่งให้ข้าตาย ข้าก็คงไม่อยากตายแล้ว ข้าจะต้องหาตัวคนร้ายที่ฆ่าภรรยาของข้าให้พบและแก้แค้นแทนนาง!”
เจียงอันเฉิงจึงได้เดินหน้าเข้ามาแก้มัดเชือกให้กับหย่งชังปัวแล้วตบลงบนบ่าเขาอย่างหนักแน่น
……
ณ ศาลาว่าการพระนคร ในวันนี้ค่อนข้างสงบเงียบ เนื่องจากเพิ่งจะจัดการกับคดีที่จู่ๆ‘หยางกั๋วจิ้ว’ ก็สิ้นชีวิตลงได้เป็นที่เรียบร้อยเจ้าหน้าที่แต่ละคนตั้งแต่หัวหน้าจนถึงลูกน้องล้วนรู้สึกผ่อนคลายยิ่งนัก
เจินซื่อเฉิงตัดสินคดีความได้อย่างแม่นยำดุจดั่งเทพเจ้า เขาไม่เกรงกลัวอำนาจของผู้ใดทั้งสิ้น แต่เขาก็ไม่ใช่ขุนนางที่ทะนงตัวอวดรู้ การที่เห็นลูกน้องผ่อนคลายเช่นนี้ เขาเองเข้าใจความรู้สึกเป็นอย่างดี
การตัดสินคดีของ ‘หยางกั๋วจิ้ว’ ที่จู่ๆก็สิ้นใจลงนั้นใช้เวลาอยู่เนิ