ความลังเลของชุนฟางทำให้เซี่ยชิงเหยาหมดความอดทน นางเอ่ยอย่างเย็นชา “มีสิ่งใดก็พูดมา!”
มาถึงตอนนี้แล้วยังมีสิ่งใดต้องปิดบังอีกหรือ
“แต่ต่อมาหมอได้วินิจฉัยว่านายท่านปั่วยด้วยอาการนอนละเมอ ฮูหยินเกรงว่านายท่านจะตื่นขึ้นมากลางดึกแล้วละเมอจนเกิดอันตรายจึงย้ายมานอนริมนอกเจ้าค่ะ หากนายท่านลุกขึ้นมา ฮูหยินก็จะได้ยินเสียงขยับตัวเจ้าค่ะ…” ชุนฟางรับใช้หย่งชังปัวฮูหยินมาเป็นเวลาหลายปี ครั้นพูดถึงตรงนี้นางก็เริ่มสะอึกสะอื้น
เซี่ยชิงเหยาน้ำตาไหลนอง นางยกมือขึ้นมาปิดหน้าพลางเอ่ย “อาซื่อ ท่านพ่อท่านแม่ของข้าดีต่อกันขนาดนี้ แล้วเหตุใดถึงได้เกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น…”
เจียงซื่อเพ่งพิจารณารอยเลือดบนที่นอน
ในกรณีที่คนฆ่าหย่งชังปัวฮูหยินเป็นคนอื่น และหากหย่งชังปัวฮูหยินนอนอยู่ริมนอก การลงมือฆ่าก็อาจไม่ได้รบกวนหย่งชังปัวที่กำลังหลับอยู่และเมื่อฆ่าเสร็จแล้ว ฆาตกรก็นำเชิงเทียนไปวางไว้ใกล้มือของหย่งชังปัว เมื่อหย่งชังปัวตื่นขึ้นมาเห็นภาพภรรยาที่ตายอย่างอนาถ ปฏิกิริยาแรกของเขาคงจะหยิบเชิงเทียนที่อยู่ใกล้มือขึ้นมา…
แน่นอนว่าข้อสันนิษฐานนี้อยู่บนเงื่อนไขที่ว่าหย่งชังปัวไม่ใช่ฆาตกร แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังไม่สามารถตัดข้อสันนิษฐานที่ว่าหย่งชังปัวเป็นฆาตกรออกไปได้ เนื่องจากคนที่มีอาการนอนละเมออาจทำสิ่งที่คาดไม่ถึงได้เช่นกัน
เจียงซื่อหลับตาลงพลางสูดกลิ่นเหม็นเข้าจมูกเบาๆ
นางต้องหาว่าท่ามกลางกลิ่นเลือดที่คละคลุ้งนี