“อาซื่อ เจ้าจำได้ไหมว่าข้าไปที่บ้านของเจ้าเมื่อวันก่อน ที่ข้าบอกว่าหมู่นี้ท่านแม่ดูแปลกไป”
เจียงซื่อพยักหน้า
เซี่ยชิงเหยาปาดน้ำตา “ตอนนั้นข้าคิดว่าท่านพ่อคงมีบ้านเล็กบ้านน้อยตามที่เจ้าเตือนข้า แต่ครั้นกลับถึงบ้านก็พบว่าสาเหตุที่ท่านแม่กลุ้มใจเป็นเพราะท่านพ่อมีพฤติกรรมผิดแผกไปจากปกติท่านแม่คิดว่าท่านพ่อคงโดนบางอย่างเข้าสิง จึงอยากเชิญหลิวเซียนกูมาทำพิธี แต่เมื่อหลิวเซียนกูมาตายจากไป สภาพจิตใจของท่านแม่ก็ย่ำแย่ลงกว่าเก่า ข้าเลยโน้มน้าวให้ท่านเชิญหมอเก่งๆมาดูอาการท่านพ่อ แต่เมื่อเชิญหมอชื่อดังมาแล้วถึงได้รู้ว่าท่านพ่อมิได้ถูกเข้าสิง แต่เป็นอาการนอนละเมอ…”
เจียงซื่อฟังเงียบๆ พลางขมวดคิ้ว
“นี่ก็มิใช่เรื่องน่ายินดี ข้าถึงไม่กล้าเล่าให้เจ้าฟังท่านพ่อเริ่มทานยาที่หมอจัดให้ แต่ใครจะคาดคิดว่า…” เซี่ยชิงเหยาพูดต่อไม่ไหว ยกมือขึ้นปิดปากพลางปล่อยโฮ
“ไม่ใช่สิ…” เจียงซื่อขมวดคิ้วเป็นร่องลึกกว่าเดิม
ตอนนี้ในชาติที่แล้วหย่งชังปัวก็ปั่วยด้วยโรคนอนละเมอเช่นเดียวกัน แต่ไม่ได้เชิญหมอมารักษาหนำซ้ำยังละเมอเข้าไปนอนในเล้าหมูจะกลายเป็นเรื่องขบขัน หรือต่อให้หย่งชังปัวเข้าไปนอนในเล้าหมู เขาก็ไม่เคยฝันว่าฆ่าหย่งชังปัวฮูหยินเลยสักครั้ง
ในชาตินี้หย่งชังปัวได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรคละเมอเดินตั้งแต่เนิ่นๆ อีกทั้งยังทานโอสถที่หมอจ่ายให้ ไม่ว่าจะคิดอย่างไรก็ไม่น่าจะพลั้งมือฆ่าภรรยาทั้งที่ไม่รู้เนื้อรู้ตัวได้
“