นางมิได้รู้สึกอะไร ข้าก็ไม่อาจทนเห็นพี่อวี๋ชีเป็นเช่นนี้ต่อไปได้อีก เพราะมันจะส่งผลเสียกับทั้งคู่…”
แม้ว่าวาจาเหล่านี้ยากเกินเอื้อนเอ่ย แต่เนื่องด้วยความจริงใจที่มีต่ออวี้จิ่น เจียงจั้นจำต้องบอกออกไป
ในเมื่อน้องสี่ไม่ได้ชอบพี่อวี๋ชี มันคงจะน่าอายหากคนเป็นพี่ชายต้องมาเห็นพี่อวี๋ชียักคิ้วหลิ่วตาใส่น้องสี่ดีไม่ดีเรื่องนี้อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ของทั้งสอง มิสู้เขาอธิบายเรื่องนี้ให้กระจ่างแต่แรก
พี่อวี๋ชีหยิ่งในศักดิ์ศรี หากฝั่ายหญิงไม่มีใจให้ก็คงไม่ดันทุรังต่อไป
ความคิดเหล่านี้เกิดขึ้นในหัวของเจียงจั้น แต่แล้วก็พบว่าสีหน้าของอวี้จิ่นย่ำแย่จนน่าตกใจ “พี่อวี๋ชีอาการช้ำในกำเริบงั้นหรือ”
อวี้จิ่นยิ้มเจื่อน
อาการช้ำในกำเริบที่ไหนกัน เขาเพิ่งถูกมีดปักเข้าที่กลางใจอย่างไม่ทันตั้งตัว และความเจ็บนั้นยังคงแผ่ซ่านไปทั่ว
“คุณหนูเจียงคิดเช่นนั้นจริงๆ หรือ”
เมื่อเห็นว่าอวี้จิ่นยังไม่เชื่อ เจียงจั้นจึงยืนกราน“งั้นข้าจะไม่ปิดบังพี่อวี๋ชีก็แล้วกัน น้องสี่บอกว่าต่อให้นางต้องแต่งงาน นางก็จะไม่ยอมแต่งกับท่าน ทั้งยังสัญญาอีกว่าจะไม่มาพบท่านอีก…”
อวี้จิ่นลุกขึ้นยืนก่อนที่เจียงจั้นจะพูดจบ
“พี่อวี๋ชี?”“ไม่มีอะไรหรอก” อวี้จิ่นแทบยิ้มไม่ออก “น้องเจียงเอ้อร์ ข้ายังมีอาการบาดเจ็บอยู่ เกรงว่าจะนั่งนานๆ ไม่ได้ ไว้ข้าเลี้ยงสุราเจ้าวันหลังแล้วกัน”
“ไว้วันอื่นก็ได้ข้าไม่มีปัญหาอยู่แล้ว พี่อวี๋ชี น้องสี่…”
“ในเมื่