ึดใจ ความคิดยุ่งเหยิงเหล่านั้นอันตรธานหายไป เจียงซื่อเผลอก้าวเท้าเข้าไปหาโดยไม่รู้ตัวและเอ่ยถาม “เหตุใดจึงบาดเจ็บได้เล่า”
มุมปากของอวี้จิ่นกระตุกขึ้นเบาๆ
ราวกับว่าเขาเห็นความห่วงใยจากสายตาอาซื่อ!
เหอะๆ ก็เขาบอกแล้วไง กลยุทธ์ทุกข์กายของเขามันได้ผล
“ไม่ ไม่เป็นไร…” อวี้จิ่นเอ่ยอย่างไร้กำลัง แสร้งทำทีเร่งเร้าหลงต้าน “พาข้าไปนั่ง…”
วินาทีนี้หลงต้านก็เริ่มแสดงละครตาม เอ่ยเสียงสั่นขึ้นว่า “เจ้านาย ช้าๆ นะขอรับ ระวังแผลจะฉีก…”
“เกิดอะไรขึ้นกันแน่” เจียงซื่อขมวดคิ้วมุ่น
อวี้ชีไม่ได้ถูกเลื่อนขั้นเป็นเยี่ยนอ๋องหรอกหรือฤกษ์งามยามดีเช่นนี้ ไฉนจึงมีบาดแผลถี่ยิบราวเกล็ดปลากลับมาเช่นนี้
หากปราศจากคำสั่งของฮ่องเต้ ใครเลยจะกล้าใช้กฎหมู่ลงทัณฑ์องค์ชาย
อวี้จิ่นเงยหน้าขึ้นมาสบตาและส่งยิ้มบางๆ ให้เจียงซื่อ “ไม่มีอะไรร้ายแรงหรอก ข้าดันไปมีเรื่องกับคนใหญ่คนโตนิดหน่อย ไอคนนั้นมันยัดเงินให้เจ้าหน้าที่ตรวจการในนั้นเพื่อให้ข้ารับโทษนิดๆหน่อยๆ ทว่าข้าหนังหนา แผลเหล่านี้เป็นเพียงรอยถลอก เจ้าไม่ต้องเป็นกังวลไป…”
หืม?เจียงซื่อหรี่ตามอง
ยิ่งนางฟังก็ยิ่งรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ชอบมาพากล
อวี้ชีไม่ได้มีเรื่องทะเลาะวิวาทจึงถูกส่งไปขังที่ฝั่ายข้าราชการพลเรือนหรอกหรือ เจ้าหน้าที่ในฝั่ายนั้นจะกล้ารับสินบนแล้วลงไม้ลงมือกับองค์ชายที่เพิ่งได้ขึ้นเป็นอ๋องอย่างนั้นหรือ
แม้ว่าเดิมทีนางจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับอวี้ชี แต่ก็ได้ทร