าบความหลังจากที่ถามจากบิดา
สิ่งที่อวี้ชีพูดกับสิ่งที่ท่านพ่อบอกต่างกันโดยสิ้นเชิง ยิ่งไปกว่านั้นคือสภาพของเขาตอนนี้ก็ดูไม่สมเหตุสมผลเอาเสียเลย
แน่นอนว่าเจียงซื่อไม่ใช่คนเขลา แม้ว่าในตอนแรกจะถูกทำให้กังวลและสับสนเนื่องด้วยสภาพน่าสังเวชเกินจริงของอวี้จิ่น แต่หลังจากที่สงบสติลงและใคร่ครวญอย่างดีแล้วก็เริ่มเข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้น
ไอคนชั่วนี่ใช้กลยุทธ์ทุกข์กาย!
คุณหนูเจียงไม่ได้เผยสีหน้าใดๆ แต่ในใจเริ่มยิ้มเยาะ ช่างเก่งกาจเสียจริง หากจะใช้กลยุทธ์รูปงามก็เนื่องด้วยอีกฝั่ายมีดี แต่การใช้กลยุทธ์ทุกข์กายเช่นนี้ ไม่มียางอายเลยหรืออย่างไร
“ถูกคนพวกนั้นทำร้ายมาหรือ”
อวี้จิ่นพยักหน้าอย่างลำบาก “แค่ถูกโบยไม่กี่ครั้งสำหรับข้าที่ฝึกศิลปะการต่อสู้มานักต่อนักก็ไม่นับว่าเป็นเรื่องใหญ่แต่อย่างใด แค่กๆๆ…”
“เช่นนั้นเหตุใดถึงได้ดูอ่อนกำลังถึงเพียงนี้”คุณหนูเจียงแสดงสีหน้าเป็นห่วง
อวี้จิ่นเริ่มได้ใจ อาซื่อใจอ่อนแล้ว การแสร้งทำเป็นอ่อนแอนี่มันได้ผลจริงๆ ดีนะที่เขาหน้าหนาเอาการถึงเนียนมาได้จนปั่านนี้
“แค่กๆๆ จริงๆ ตอนแรกก็ไม่หนักหรอก แต่เพราะตลอดสามวันมานี้ข้าวปลาไม่ตกถึงท้องโดนลมนิดหน่อยก็เลยรู้สึกไม่ค่อยสบาย…”
“ไม่ให้ข้าวกินด้วยหรือขอรับ” หลงต้านที่ยืนอยู่ข้างๆ ถามเสริม “เกินไปแล้ว เวลาหิวเจ้านายมักจะมีอาการเวียนศีรษะและหน้ามืด ทำแบบนี้ต้องรับโทษสถานหนัก!”
เจียงซื่อกระตุกมุมปากที่พูดมาก็เป็นความจริง มี