อวี้จิ่นยังคิดไม่ตกว่าตนเองพลาดท่าจนถูกจับได้ตอนไหน แต่แน่นอนว่าเรื่องนั้นไม่สำคัญ สิ่งที่สำคัญคือจะผ่านตอนนี้ไปได้อย่างไร
“ข้าไม่ยักรู้มาก่อนว่าคุณชายอวี๋จะเล่นละครเก่งปานนี้” เจียงซื่อบีบเข้าที่แขนเสื้อของอวี้จิ่นพลางเยาะเย้ย
อวี้จิ่นกะพริบตาปริบๆ “ว่าแต่…พวกเราในตอนนี้นับว่ามีความสัมพันธ์ทางกายกันรึยัง”
ใบหน้าของเจียงซื่อร้อนผ่าว รีบปล่อยมือจากแขนเสื้ออวี้จิ่นทันทีในเมื่อแสร้งทำตัวน่าสงสารแต่กลับถูกเปิดโปงเสียได้ มิสู้กลับไปเป็นแบบเก่า อวี้จิ่นยิ้มกริ่มพลางเอ่ยวาจาหน้าไม่อาย “เจ้าเป็นคนเริ่มก่อน”
“อวี๋ชี!” เจียงซื่อโกรธควันออกหู “เจ้าไม่มียางอายหรือยังไง”
“ก็ไม่มีน่ะสิ” อวี้จิ่นหัวเราะพลางขยับร่างเข้าไปใกล้เจียงซื่อและกระซิบแผ่วเบา “ขอแค่มีเจ้า”
ขอแค่มีอาซื่ออยู่ข้างกาย จะอยากมียางอายไปทำไมกัน
ขอแค่มีเจ้า…เมื่อเจียงซื่อได้ฟังเสียงกระซิบนั้น หัวใจก็พลันสั่นระรัว ความว้าวุ่นเข้าครอบงำจนเผลอลืมผลักคนที่ขยับเข้ามาใกล้ให้ถอยออกไป
ครั้นมองดูใบหน้าของหญิงสาวที่อยู่ใกล้แค่คืบ อวี้จิ่นก็เผลอเลียริมฝีปากตัวเองเบาๆ แล้วจู่ๆ ก็เกิดความคิดที่อยากเข้าใกล้หญิงสาวมากกว่าที่เป็นอยู่
ไม่รู้ว่าถ้าลองหอมแก้มแดงๆ ของอาซื่อดูจะถูกตบหนึ่งครั้งหรือว่าสองครั้ง
ไม่รู้ล่ะ ลองหอมไปก่อนค่อยว่ากัน…อวี้จิ่นก้มหน้าเข้าไปใกล้ แต่แล้วก็หยุดชะงักกะทันหัน
ไม่ได้ หน้าเขามีเลือดเปือนอยู่ จะทำให้อาซื่อรู้สึกไม่ดีหรื