อเปล่า
แม้ว่าอวี้จิ่นจะหยุดแล้ว แต่เจียงซื่อได้ง้างมือขึ้นมาและฟาดลงไปเรียบร้อย
เสียงเพี้ยะดังขึ้น อวี้จิ่นคว้าของมือเจียงซื่อมาจับหลวมๆ แล้วเอ่ยอย่างน้อยใจ “แม้ว่าคุณหนูเจียงจะคิดว่าข้าแสดงละคร แต่ก็ไม่ควรตบหน้าข้าจริงไหม”
รู้อย่างนี้หอมไปแต่แรกก็ดี โดนตบทั้งที่ยังไม่ได้หอมแก้มเลยดูสิ
“ไม่ต้องทำเฉไฉไปพูดเรื่องเล่นละคร เมื่อครู่เจ้ากำลัง…”
“เมื่อครู่ข้าทำไมรึ” ในเมื่อยังไม่ได้หอม เขาก็ไม่มีทางยอมรับ
เจียงซื่อจนด้วยคำถาม นางเม้มริมฝีปากแน่น
อวี้จิ่นทำทีนึกขึ้นได้ “คุณหนูเจียง คงไม่ได้กำลังเข้าใจผิดว่าข้ากำลังจะหอมใช่หรือไม่”
เจียงซื่อหลุบหน้าลงด้วยความอับอายยิ่งกว่าเก่า
ไอคนชั่ว เจอทีไรต้องเป็นนางเสียเปรียบทุกที สู้นางอยู่ห่างๆ ไว้จะดีกว่า
เจียงซื่อสะบัดมืออวี้จิ่นและหันหลังไปโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง แต่แล้วก็มีแรงบางอย่างดึงนางกลับไป
ขณะที่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างของเจียงซื่อก็กระแทกเข้ากับร่างของอีกฝั่ายอย่างจัง
“ปล่อยนะ!”“ชู่วว…” อวี้จิ่นขยิบตาแล้วก้มหน้าเข้าไปใกล้ขณะที่เจียงซื่อยังไม่ทันได้โต้ตอบ ริมฝีปากบางประทับลงบนข้างแก้มอมชมพูประดุจบุปผาของหญิงสาว
แม้สัมผัสนั้นจะบางเบาเสมือนกับแมลงปอบินโฉบผิวน้ำแล้วหายวับไป แต่ร่างของทั้งสองกลับสั่นไหว ต่างคนต่างก็ได้ยินเสียงหัวใจเต้นโครมครามของอีกฝั่ายอย่างชัดเจน
หลังจากความเงียบงันชั่วอึดใจ อวี้จิ่นก็เอ่ยแผ่วเบาขึ้นว่า “เอาล่ะ ที่นี่เจ้าก็มิได