่าองค์ชายมีเรื่องทะเลาะวิวาทกัน…” เจียงอันเฉิงเล่าเรื่องที่ได้ยินมาให้เจียงซื่อฟัง และสุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาพลางเอ่ย“ฮ่องเต้ทรงเป็นประมุขผู้เปียมไปด้วยเมตตาแม้แต่โอรสที่มิได้เห็นหน้ามาสิบกว่าปีก็ไม่ทรงลืม”
เจียงซื่อสับสนเล็กน้อย
สองวันมานี้นางนอนไม่ค่อยหลับ สาเหตุเป็นเพราะอะไรกัน“ซื่อเอ๋อร์ เจ้าถามเรื่องนี้ทำไมกัน” เจียงอันเฉิงที่เพิ่งนึกขึ้นได้เอ่ยถาม
“เอ่อ ก็เพราะช่วงนี้เรื่องดังๆ ในเมืองหลวงมีไม่มาก ลูกกำลังคิดว่าหรือเรื่องคดีการตายของ‘หยางกั๋วจิ้ว’ จะซาไปแล้วเจ้าคะ”
“เป็นเพียงเด็กสาวจะมาสนใจเรื่องพวกนี้ทำไมกัน หากมีเรื่องน่ากลัวจนทำให้เจ้าขวัญเสียจะทำอย่างไร” เจียงอันเฉิงเอ่ยด้วยสีหน้าห้ามปราม
แค่เขานึกถึงเรื่องสวนดอกไม้ในจวนฉังซิงโหวที่มีการขุดพบซากกระดูกจำนวนมาก และนึกภาพลูกสาวของตัวเองไปยืนดูอยู่ข้างๆ ก็ทำให้เขาเป็นกังวลจนนอนไม่หลับแล้ว สุดท้ายขาหมูตุ๋นที่ตั้งใจซื้อปลอบขวัญเมื่อคราวก่อนก็ยังถูกเขากินเสียจนเกลี้ยง
“ท่านพ่อพูดถูกเจ้าค่ะ” เจียงซื่อแย้มยิ้มหวาน
สิ่งที่ท่านพ่อพูดมาก็ถูกทั้งหมด
“จริงสิ มีบางอย่างที่พ่ออยากจะบอกกับเจ้า แต่เพราะช่วงนี้ยุ่งเหลือเกินจึงหาโอกาสบอกไม่ได้เสียที”
“ท่านพ่อโปรดชี้นำด้วยเจ้าค่ะ”
เจียงอันเฉิงเผยสีหน้าพอใจ
ดูสิ ลูกสาวออกจะเชื่อฟังปานนี้ พูดอะไรก็ฟัง ดู๊ดูไอเจียงจั้นลูกเวร เอาแต่สร้างเรื่องให้โมโหไม่เว้นวัน!
เจียงจั้นที่กำลังโดดเรียนมาต่อแถวซื