เมื่อเสียนเฟยได้ยินก็ชะงักฝีเท้า
ขณะนี้นางกำลังร้อนใจ แสดงความยินดีอะไรกันพานไพ่คงไม่ได้กำลังพูดปราชดนางใช่หรือไม่
แม้จะรู้ดีว่าพานไห่ไม่สามารถล้อเล่นไร้สาระเช่นนั้นได้ แต่เสียนเฟยก็อดโมโหไม่ได้จึงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า “พานกงกง มิทราบว่าแสดงความยินดีด้วยเหตุอันใดกัน”
พานไห่ที่เพิ่งถูกจิ่งหมิงตี้ทำให้สับสนเมื่อครู่อยากให้ผู้อื่นได้ลิ้มลองรสชาตินั้นดูบ้าง เขาจึงยิ้มและค้อมตัวคำนับพลางเอ่ย “เสียนเฟยเหนียงเหนียงคงยังมิทราบ เมื่อครู่ฮ่องเต้เพิ่งมีรับสั่งให้แต่งตั้งองค์ชายเจ็ดขึ้นเป็นเยียนอ๋องพ่ะย่ะค่ะ…”
พูดยังไม่ทันจบ เสียนเฟยก็ร้องออกมาด้วยความตกใจ “พานกงกงคงมิได้หลอกให้ข้าดีใจใช่ไหม”
“ไอหยา เสียนเฟยเหนียงเหนียง ต่อให้กระหม่อมจะใจกล้าแค่ไหนก็มิบังอาจหลอกให้พระองค์ดีใจเล่นเป็นแน่พ่ะย่ะค่ะ ยิ่งไปกว่านั้นคือกระหม่อมมิอาจทนรับโทษของการเอ่ยอ้างราชโองการเท็จได้แน่พ่ะย่ะค่ะ”
“ฮ่องเต้ทรงรับสั่งให้แต่งตั้งองค์ชายเจ็ดเป็นเยียนอ๋องจริงๆ งั้นหรือ”“จริงอย่างที่สุดพ่ะย่ะค่ะ”
เสียนเฟยผงะถอยหลังไปพลางยกมือขึ้นลูบหน้าผากตนเอง
“เสียนเฟยเหนียงเหนียง กระหม่อมต้องรีบไปแจ้งราชโองการก่อนแล้วพ่ะย่ะค่ะ”
ครั้นเห็นว่าพานไห่กำลังจะไป เสียนเฟยที่เพิ่งได้สติกลับมาจึงรีบเอ่ยว่า “พานกงกง ช้าก่อน!”
“เสียนเฟยมีสิ่งใดเชิญรับสั่งพ่ะย่ะค่ะ”
เสียนเฟยรีบยัดแหวนทองใส่มือพานไห่พลางเอ่ยเสียงเบาว่า “เกิดอะไรขึ้นให้ห้องทรงพร