กันล่ะที่จะได้เป็นผู้นำทัพยามออกรบ
การมีบารมีในกองทัพหรือจะสู้การมีตำแหน่งอยู่ในใจของเสด็จพ่อแต่ไม่ว่าจะมีความเห็นอย่างไร หากจะพูดแล้วการได้เลื่อนตำแหน่งขึ้นเป็นอ๋องตามขั้นตอนก็ไม่มีสิ่งใดน่าภาคภูมิใจเลยสักนิด
องค์ชายแปดไม่ยอมปล่อยให้อวี้จิ่นเหนือกว่าจึงเยาะเย้ยขึ้นว่า “หากเปรียบเทียบกับเจ้าก็ดีกว่าหมดแหละ เจ้าน่ะ แค่คุณภาพสมบัติจะเอ้อระเหยลอยชายไปวันๆ ยังไม่มีเลย”
“เจ้าแปด…” องค์ชายหกเอ่ยขึ้น
ต่อให้จะโจมตีชายเจ็ดอย่างไรก็ไม่ควรทำให้พวกเขาพลอยถูกหางเลขไปด้วยจริงไหม อะไรคือคุณสมบัติในการเอ้อระเหยลอยชายไปวันๆพูดจาน่าเกลียดสิ้นดีครั้นองค์ชายแปดรู้ตัวจึงรีบหันไปส่งยิ้มให้องค์ชายหกทันที
อวี้จิ่นชำเลืองมอง เขาคร้านจะใส่ใจกับคนพวกนี้เต็มทน
สิ่งใดที่เขาต้องการ เขาก็จะลงมือทำด้วยตัวเอง!
“ทำไม ไม่มีอะไรจะพูดแล้วงั้นเหรอ” องค์ชายแปดถามขึ้นอย่างเยาะเย้ยเมื่อเห็นว่าอวี้จิ่นไม่ตอบโต้
ทันใดนั้นประตูห้องก็ถูกเปิดออก จากนั้นก็มีคนกลุ่มหนึ่งเดินเรียงแถวเข้ามา คนที่เป็นหัวหน้ายืนอยู่ที่หัวแถว หลังจากที่ทำความเคารพเหล่าองค์ชายแล้วก็หันไปเอ่ยกับอวี้จิ่นว่า “องค์ชายเจ็ดโปรดลุกขึ้น คนเหล่านี้จะวัดตัวสำหรับตัดฉลองพระองค์พ่ะย่ะค่ะ”
อวี้จิ่นยืนขึ้นไร้สุ้มเสียง ทุกคนในที่นั้นต่างฉงนงงงวยกันเป็นแถว
“วัดตัวตัดชุดทำไมกัน” องค์ชายห้าอดไม่ได้ที่จะถามออกไป
หัวหน้าคนนั้นรีบตอบ “ฮ่องเต้ทรงมีรับสั่งให้เตรียมชุดพิธีกา