็นๆ ก่อนเถิด” องค์ชายแปดพยายามโน้มน้าวองค์ชายห้า และชำเลืองมองไปที่อวี้จิ่นก่อนจะเยาะเย้ยออกมาว่า “สนใจคนประเภทนี้รังแต่จะทำให้สถานะของตัวเองต้องเสื่อมเสีย!”
“เอ่อ ข้าเองก็ไม่รู้ว่าเจ้าอยู่ในสถานะอะไร ส่วนข้าอยู่ในสถานะอะไร” อวี้จิ่นเอ่ยเสียงเบา
คิดจะมาปะทะฝีปากกับเขางั้นหรือ ไม่ว่าจะด้วยมือหรือด้วยปาก หากแพ้ก็อย่ามาเรียกเขาว่าอวี้จิ่น!
องค์ชายแปดหัวเราะหึๆ “พี่ห้า ท่านเห็นหรือยังว่าคนพวกนั้นยังไม่สำเหนียกตัวเองเสียด้วยซ้ำ นี่ก็ไม่ใช่เด็กๆ แล้ว ยังทำตัวเองเป็นองค์ชายกำพร้าอยู่ได้ จะว่าไปแล้ว ไม่รู้จักละอายบ้างหรือไง”องค์ชายห้าหัวเราะร่า “ก็ถ้ารู้จักละอายจะกล้ามาสร้างเรื่องขายหน้าที่วังฉีอ๋องเหรอ”
“อ้อ ข้าเข้าใจล่ะ” อวี้จิ่นทำทีรู้แจ้ง
ทั้งหมดจึงหันมามองเป็นตาเดียว
อวี้จิ่นพิงกำแพงเย็นเฉียบและเอ่ยขึ้นพร้อมรอยยิ้ม “เรื่องภูมิใจที่ว่ากันมาตั้งนานสองนานที่แท้ก็หมายถึงสถานะอ๋องนี่เอง เพียงแต่ข้ามีเรื่องคาใจอยู่หน่อยหนึ่งว่า ชีวิตที่เอ้อระเหยลอยชายไปวันๆ แต่กลับได้ตำแหน่งมาเมื่ออายุครบสิบหกปีมันน่าภูมิใจตรงไหนหรือ”คำถามนั้นทำให้ทุกคนในที่นั้นกระอึกกระอักขึ้นมาทันที
พวกเขาเคยได้ยินมาว่าชายเจ็ดเป็นผู้มีบารมีในกองทัพทางใต้ แต่มันแล้วยังไงกัน
พวกเขาต่างก็เป็นองค์ชาย หากขาดความทะเยอทะยานแล้วไซร้ก็คงชวดตำแหน่งอ๋องไปชั่วชีวิต แต่ต่อให้มีความทะเยอทะยานต่อสู้ดิ้นรนก็ยังได้แค่ตำแหน่งนั้น แต่ว่าใคร