่นกันสถานการณ์ช่างซับซ้อนเหลือเกิน รอดูการเปลี่ยนแปลงอยู่เงียบๆ จะปลอดภัยที่สุด
ในห้องทรงพระอักษร จิ่งหมิงตี้นั่งพิงพนักเก้าอี้พลางพลิกดูตำราตรงหน้าอย่างผ่อนคลาย
เฮ้อ ในที่สุดโลกก็สงบลงเสียที
ณ ฝั่ายข้าราชการพลเรือน องค์ชายหลายพระองค์ถูกขังอยู่ในห้องเปล่า บรรยากาศภายในนั้นกำลังคุกรุ่นได้ที่
“เจ้าเจ็ด เจ้าสร่างเมาหรือยัง” องค์ชายห้าจ้องเขม็งไปที่อวี้จิ่นพลางถามด้วยสีหน้าดุดันอวี้จิ่นหัวเราะพลางเอ่ย “พี่ห้าเข้าใจผิดแล้ว ข้ามิได้เมาเสียหน่อย”
องค์ชายห้าจับจุดอ่อนของอวี้จิ่นได้จึงหัวเราะร่าก่อนจะเอ่ย “ยามอยู่หน้าเสด็จพ่อ เจ้าบอกว่าดื่มไปมาก แต่พอมาตอนนี้เจ้าบอกว่าไม่ได้เมา เจ้าเจ็ด นี่เป็นการหลอกลวงเบื้องสูงเชียวนะ!”
อวี้จิ่นเลิกคิ้ว เขาสงบสติได้ดีกว่ามากเมื่อเทียบกับท่าทีวู่วามขององค์ชายห้า “ดื่มสุราไปสองไหใหญ่ๆ ไม่เรียกว่าดื่มมากเหรอ ข้าบอกว่าดื่มไปมาก มิได้บอกว่าเมาเสียหน่อย”
“เจ้า…” องค์ชายห้าโกรธจนแทบคลั่ง กำหมัดแล้วพุ่งตัวไปทันทีเหล่าองค์ชายรีบเข้ามาห้ามองค์ชายห้าเอาไว้
“น้องห้า พวกเราถูกขังอยู่ที่นี่กันหมดแล้ว หากเจ้ายังจะทะเลาะกันอีก คงไม่เพียงต้องรอให้ครบสามวันถึงจะออกไปได้แล้ว”
ห้องฝั่ายข้าราชการพลเรือนสามารถทำให้เหล่าองค์ชายซึ่งเป็นทายาทของฮ่องเต้รู้สึกหวั่นเกรงได้ หากเสด็จพ่อไม่มีรับสั่งว่าสามวันถึงจะออกไปได้ ปั่านนี้พวกเขาคงต้องนั่งน้ำตานองกันแล้ว
“จริงด้วย พี่ห้า ท่านใจเย