ต้ไม่ยอมรับหรอกว่าตนเองก็ลืม แต่กลับผลักความรู้สึกผิดเล็กน้อยนี่ออกไปเป็นไฟแห่งความโมโหและปั้ายความผิดให้กับผู้อื่นแทน
“หลังจากนั้น พวกเราก็ดื่มกันมากไปหน่อย เลยเกิดการทะเลาะกัน…” องค์ชายสี่สีหน้าเริ่มเป็นสีเขียว เพราะทนพูดต่อไม่ไหว
สภาพตอนทะเลาะกันมันน่าขายหน้ามาก เขาเองก็รู้สึกอับอายเหมือนกัน
สีพระพักตร์ของจิ่งหมิงฮ่องเต้ครึ้มบ้างแล้วเล็กน้อย “ดื่มมากไปแล้วทะเลาะกันได้รึ ใครลงมือก่อน”องค์ชายห้าสงบสติอารมณ์แล้ว จึงเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับปิดแผลบนศีรษะเอาไว้ “น้องเจ็ดพ่ะย่ะค่ะ เจ้านั่นเอาไหสุราฟาดที่หัวของลูก!”
“เป็นเช่นนั้นจริงรึ” จิ่งหมิงฮ่องเต้มองไปยังอวี้จิ่น
อวี้จิ่นส่งเสียงอือแล้วตอบสั้นๆ “ขอรับ”
ไฟแห่งความโมโหของจิ่งหมิงฮ่องเต้พุ่งทะยานขึ้นสูง “เจ้าฟาดพี่เจ้าด้วยเหตุอันใด”
เวลานี้อย่าว่าแต่จิ่งหมิงฮ่องเต้ แม้แต่เหล่าองค์ชายที่คุกเข่าเรียงรายกันอยู่ก็คิดถึงคำถามนี้เหมือนกัน เพราะเหตุใดกันนะ ตอนนั้นกำลังฟังองค์ชายห้าคุยโวยอยู่เลย ยิ่งฟังก็ยิ่งน่าสนใจแบบแปลกๆ แต่แล้วองค์ชายเจ็ดทำไมถึงต้องฟาดศีรษะองค์ชายห้าจนหัวแตก
อวี้จิ่นจับจมูก “ลูกดื่มมากไปพ่ะย่ะค่ะ”
เหล่าองค์ชายเซกันเป็นแถบ
“เจ้าแน่มาก!” จิ่งหมิงฮ่องเต้หรี่ตามองดูลูกชายแต่ละคนจนไม่รู้จะโมโหที่คนไหนก่อน “แล้วพวกเจ้าล่ะ องค์ชายห้าทะเลาะกับองค์ชายเจ็ด ทำไมพวกเจ้าถึงมีสภาพเป็นเช่นนี้ได้!”
เมื่อสายพระเนตรของจิ่งหมิงฮ่องเต้ตกอยู่ที่ตนอ